หน้าแรก ภูมิภาค จับกุม 2 อินเ...

จับกุม 2 อินเดียคดีปลอมพาสปอร์ต โดยใช้พาสปอร์ตปลอมเป็นชาวโปรตุเกส

21.05.17 | 18:26 น.

แถลงจับกุม 2 ผู้ต้องหาชาวอินเดียใช้พาสปอร์ตปลอมเป็นชาวโปรตุเกส ที่หลบหนีจากสภ.สาคู หลังหนีไปหลบพื้นที่ป่าตอง ผู้การฯ เผยเป็นขบวนการปลอมพาสปอร์ตไปทำงานต่างประเทศ ไม่พบโยงก่อการร้าย ด้านผกก.ตม.เร่งสอบสวนหาข้อผิดพลาด


เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (21 พ.ค.60 ) พล.ต.ต. ธีรพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.ป่าตอง พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง ร.ต.อ.เอกชัย ศิริ รองสารวัตร ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมแถลงข่าวจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาคดีปลอมพาสปอร์ต คือนาย SANDEEP SINGH (ซาน ดีฟ ซิง)อายุ 30 ปี และ นาย RAJ KUMAR (ราชกุมาร)อายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย ซึ่งปลอมพาสปอร์ตเป็นสัญชาติโปรตุเกส หลังที่ได้หลบหนีออกจาก สภ.สาคู ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับตัวมาจาก ตม.สนามบินนานาภูเก็ตเพื่อมาสอบสวนเพิ่มเติมก่อนส่งฟ้องศาลจังหวัดภูเก็ต แต่ระหว่างนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทำทีขอออกไปสูบบุหรี่ที่หน้าสภ. โดยมีสิบเวรประจำวัน ของสภ.คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด แต่ช่วงที่จนท.เผลอได้ วิ่งหลบหนีออกจากไปอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาขณะกำลังเดินอยู่หน้าร้านเทเลอร์ บริเวณตลาดโอทอป ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งห่างจากสภ.สาคู ไปประมาณ 35 กิโลเมตร และใช้เวลาติดตามตัวนานกว่า 15 ชั่วโมง

พล.ต.ต. ธีรพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ในการจับกุมนั้น หลังจากที่หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.สาคู ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ป่าตอง ได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้นั่งรถแท็กซี่ป้ายเขียว จากซอยป้าเนิน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไปลงที่บริเวณซอยไสน้ำเย็น ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนจะพบภาพวงจรปิด และมีพลเมืองดีถ่ายภาพไว้ได้ที่หน้าร้านป่าตองซีฟู๊ด บริเวณถนนทวีวงษ์ หน้าหาดป่าตอง ซึ่งคนร้ายทั้ง 2 คน ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดินหายไป กระทั่งพบเบาะแสอีกครั้งที่เวณตลาดป่าตองโอทอป ถ.ราษฏร์อุทิศ 200 ปี จึงกระจายกำลังค้นหา กระทั่งในเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่พบเห็นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกำลังเดินอยู่หน้าร้านเทเลอร์ บริเวณตลาดโอทอป ถ.ราษฏร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สามารถจับกุมตัวก่อนควบคุมตัวสอบสวน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสอง คือ นาย RAJ KUMAR และนาย SANDEEP SINGH ที่จริงเป็นชาวอินเดีย ไม่ใช่ชาวโปรตุเกส ซึ่งทั้งสองให้การว่าได้ติดต่อเครือข่ายเพื่อปลอมหนังสือเดินทางจากเอเย่นในประเทศอินเดีย ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของไทย ในราคาทั้งหมด กว่า 2,000,000 รูปี หรือประมาณ 1,200,000 บาทไทย เพื่อให้ช่วยพาไปทำงานในประเทศแคนาดา ซึ่งหลังจากตกลงจ่ายเงินกันแล้ว ทั้ง 2 คน ก็ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย ตามที่เอเย่นบอก โดยเข้ามาเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้หนังสือเดินทางตัวจริง ก่อนเดินทางต่อมาพักที่จังหวัดภูเก็ตตามที่เอเย่นจัดหาไว้ให้ ระหว่างรอทางเครือข่ายซึ่งคาดว่าเป็นชาวอินเดียที่มาอาศัยในประเทศไทยได้นำหนังสือเดินปลอมมาส่งมอบให้ที่ จ.ภูเก็ต หลังจากได้หนังสือเดินทางปลอมมา ก็เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยใช้หนังสือเดินทางตัวจริงออกไปก่อน เพื่อให้เห็นว่าทั้งสองได้ออกจากประเทศไทยไปแล้ว ก่อนที่ย้อนจะกลับเข้ามาที่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้งด้วยหนังสือเดินทางปลอม ซึ่งมีการเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวโปรตุเกสแล้ว จากนั้นได้เดินทางผ่านสนามบินและตม.ภูเก็ตอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ค.เพื่อเดินทางไปยังประเทศแคนาดา ซึ่งจะต้องเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องบินที่ประเทศเกาหลี แต่ถูกประเทศเกาหลีตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า เป็นหนังสือเดินปลอม ทางประเทศเกาหลีจึงได้ส่งทั้ง 2 คน กลับประเทศต้นทาง คือ ประเทศไทย และจ.ภูเก็ต

Advertisement

ทั้งนี้ พล.ต.ต. ธีรพล กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง นั้นยังไม่พบว่าเป็นบุคคลที่มีความเกียวข้องกับการความไม่สงบหรือก่อการร้ายแต่อย่างใด เจตนาของทั้งสองคือต้องการไปทำงานในประเทศแคนาดา แต่ต้องปลอมแปลงหนังสือเดินทางเพื่อให้สามารถอยู่ได้นานขึ้น เพราะหากเป็นหนังสือเดินทางประเทศอินเดียก็จะอยู่ได้ระยะสั้นและไม่สามารถอยู่ทำงานได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของแคนาดายังมีความเข้มงวดต่อชาวอินเดียเนื่องจากมีการลักลอบเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับที่คนไทยเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้

แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในเชิงลึกมากขึ้นเพื่อความมั่นใจ โดยจะมีการส่งหนังสือเดินทางไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร รวมถึงการเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทางที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ถึงแม้จะไม่ใช่คนไทย และไม่ได้ทำการปลอมแปลงในประเทศไทย แต่ก็นับว่าทำความเสียหายให้กับประเทศ เพราะใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ซื้อขาย จึงต้องมีการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ในเบื้องต้น จะส่งมอบต่อให้ พนักงานสอบสวน สภ.สาคู ดำเนินการต่อโดย ต้องแจ้งข้อกล่าวหามีและใช้หนังสือเดินทางปลอม และหลบหนีระหว่างควบคุมตัว รวมถึงการตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยประละเลยให้เกิดการหลบหนี เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา และหามาตรการแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

พล.ต.ต. ธีรพล ยังกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย และป้องกันการก่อการร้าย ของจังหวัดภูเก็ตขณะนี้นั้นได้เพิ่มความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 และทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมสนับสนุนการทำงาน รวมถึงมาตรการด้านการข่าวตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทั้งจาก 3 จว.และชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งแม้แต่พนักงานก็จะต้องมีการตรวจสอบประวัติหากมาจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงข้อกังวลทางโซเชี่ยลมีเดีย เช่นเรื่องการแจ้งเตือนการก่อเหตุในตลาดนัดที่ชุมชนต่างๆนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริงจึงขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลใดๆ

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวชี้แจงขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทางกรณีของ 2 ชาวต่างชาติที่ถูกทางการเกาหลีใต้ปฎิเสธการเข้าเมือง ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเบื้องต้น พบว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจสแกนเล่มหนังสือเดินทางซึ่งแต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ หรือมีการแจ้งเตือนของระบบแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า เกิดความผิดปกติขึ้น ณ จุดใด เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นกรณีศึกษา รวมทั้งจะต้องเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบชาวเอเชียใต้ที่เดินทางเข้า-ออกมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดตามมา ในส่วนของสองต่างชาติดังกล่าว หลังจากนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายของไทยก่อน และเมื่อรับโทษแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการผลักดันกลับประเทศต่อไป