หน้าแรก ภูมิภาค รถแห่เดือดร้อ...

รถแห่เดือดร้อน! ต้องวิ่งหาน้ำมันเติมรถ-เครื่องปั่นไฟ หวั่นกระทบหนักช่วงสงกรานต์ หลังรับงานไว้เพียบ 

18.03.26 | 09:37 น.

รถแห่เดือดร้อน! ต้องวิ่งหาน้ำมันเติมรถ-เครื่องปั่นไฟ หวั่นกระทบหนักช่วงสงกรานต์ หลังรับงานไว้เพียบ 

วันนี้ (18 มีนาคม 69) สถานการณ์วิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถแห่ ที่ต้องเผื่อเวลาเดินทาง เพราะต้องตระเวนเติมน้ำมันรถ และเติมน้ำมันกรอกถังเพื่อใช้กับเครื่องปั่นไฟ เพื่อทำการแสดง ผู้ประกอบการหวั่นใจ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จะกระทบหนักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะรับงานไว้กว่า 40 งาน

นายสุวิทย์ ภาคบัว ผู้ประกอบการรถแห่ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการรถแห่ที่รับงานไว้ ต้องประสบปัญหาเดียวกัน คือ ต้องมีการสำรองน้ำมันไว้ใช้กับเครื่องปั่นไฟ และเติมน้ำมันที่ใช้เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ ที่รับงานกับเจ้าภาพไว้ แต่ปัญหาก็คือ เรื่องของน้ำมันที่จะใช้เติมรถเพื่อเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย ต้องตระเวนเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ หลายปั๊ม เพราะบางปั๊มก็ให้ 500 บาท บางปั๊มก็ให้ 1,000 บาท ทำให้ต้องเผื่อเวลาเดินทางนานขึ้น 1-2 ชั่วโมง

ซึ่งเมื่อวานนี้ไปทำการแสดงที่ อ.กุดรัง อยู่ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 50 กิโลเมตร รถคันนี้ใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร เดินทาง 50 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันประมาณ 170 ลิตร และในการแสดงต้องมีการใช้เครื่องปั่นไฟ ซึ่งเครื่องปั่นไฟที่ใช้อยู่มีขนาด 4 สูบ ปั่นไฟได้ 100 kba หากแสดง 3 ชั่วโมง จะกินน้ำมันอยู่ประมาณ 800 บาท ใช้น้ำมันประมาณ 25 ลิตร

ถ้าออกงานขาเดียว ไม่เกิน 100 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันประมาณ 100 ลิตร แต่ปัญหา คือ ตอนนี้ไม่สามารถหาน้ำมัน 100 ลิตรได้ เติมน้ำมันได้ครั้งละ 500-1,000 บาท ทำให้ต้องเผื่อเวลา 1-2 ชั่วโมง บางทีแสดงเสร็จแล้ว จะกลับบ้าน ก็ต้องลุ้นว่าปั๊มจะมีน้ำมันเติมให้หรือไม่ หรือหากไปแสดงต่างจังหวัด จะมีน้ำมันไปถึงบ้านเจ้าภาพหรือไม่ ไปแล้วจะมีน้ำมันกลับหรือไม่ การจำกัดการเติมน้ำมัน หากเติม 100 ลิตร จะวิ่งรถได้ไม่เกิน 300-400 กิโลเมตร จะมีบางปั๊มที่ใช้บริการประจำ เค้าเห็นใจก็เติมให้ 2,000 บาท จากที่เคยเติม 4,000 -5,000 บาท

Advertisement

หวั่นใจว่าเดือนเมษายน ช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จะเดินทางไปทำการแสดงอย่างไร หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ เพราะรับงานไว้ 30-40 งาน อีกทั้งราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นแบบขั้นบันได ตอนนี้ปรับขึ้นสูงสุดลิตรละ 3 บาท เรารับงานกับเจ้าภาพไว้แล้ว ก็ไม่สามารถขึ้นราคาได้ ก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในการรับงานแต่ละงานราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 23,000-50,000 บาท แล้วแต่ระยะทาง ยังคิดไม่ออกว่าหากสถานการณ์น้ำมันยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะทำอย่างไร

“ตนเป็นคนตัวเล็กๆ ไม่รู้หลักการบริหารของรัฐว่าเป็นอย่างไร ประเทศไทยไม่น่าจะมาถึงจุดๆ นี้ จุดที่คนต้องมาแย่งกันเติมน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่สงครามเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน รอดูว่าน้ำมันขึ้นราคาแล้ว จะยังมีน้ำมันออกมาเพิ่มเติมมั้ย ส่วนตัวมองว่าธุรกิจการขนส่ง ถือเป็นหัวจ่ายของธุรกิจอื่น  หากน้ำมันขึ้นราคา ต้นทุนค่าขนส่งขึ้น ราคาสินค้าทุกอย่างก็ต้องขึ้นราคาตามไปด้วย”