เศร้า ‘ตาปอด’ วัย 89 ปี เหยื่อ BM-21 ของกัมพูชาตกใส่บ้าน ตั้งแต่ปะทะรอบแรก เสียชีวิตแล้ว หลังถูกตัดขาเป็นผู้ป่วยติดเตียง ด้าน ลูก เผย เป็นความทรงจำที่โหดร้าย วอนรบ.เร่งแก้ปัญหาชายแดน ไม่อยากให้มีปะทะรอบ 4-5 อีก
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเริ่มคลี่คลาย แต่ความเศร้าเสียใจของชาวบ้านใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ยังคงไม่ได้คลี่คลายตามสถานการณ์
ล่าสุดชาวอ.น้ำยืนต้องพบกับข่าวเศร้าเมื่อ นายปอด โจรสา อายุ 89 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัสจากจรวด BM-21 ตกใส่บ้านจากการปะทะรอบแรกเมื่อเดือน ก.ค.2568 ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกตัดขากลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในบ้านพักหลังใหม่ที่ทางรัฐบาลสร้างให้ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายอ่อนศรี โจรสา อายุ 62 ปี ลูกชายของนายปอด กล่าวว่า ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความทรงจำที่โหดร้าย ภาพวันเกิดเหตุยังคงติดตาจนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มีเสียงระเบิดตกลงกลางบ้าน ตนได้เข้าไปดูนายปอดพบนอนหมดสติ ขาซ้ายขาดรุ่งริ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วน นางฮุง โจรสา ผู้เป็นแม่เสียชีวิตทันที
ในช่วงการรักษาตัว นายปอดพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต และไม่อยากเสียชีวิต เพราะก่อนเกิดเหตุพ่อเป็นคนแข็งแรง ร่าเริง และมีสุขภาพดีกว่าลูกๆ ทุกคน โดยในแต่ละวันจะตื่นแต่เช้า ออกกำลังกายเป็นประจำทั้งเช้าและเย็น และยังคอยปลุกลูกๆ ให้ลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพร่วมกัน แต่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น กลับทำให้พ่อกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในทันที

ยอมรับว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกโกรธแค้นต่อฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นต้นเหตุของความสูญเสียในครอบครัว ซึ่งต้องสูญเสียคนรักไปถึงสองคน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดใหม่ ให้เร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างจริงจัง และทำให้สถานการณ์ยุติลงโดยเร็ว
หากมีการปะทะกันเป็นรอบที่ 3 ก็ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดรอบที่ 4 หรือ 5 สำหรับกำหนดการพิธีศพ จะมีการฌาปนกิจนายปอดในวันที่ 19 มี.ค.นี้


