หน้าแรก ภูมิภาค อนุทิน โชว์ปึ...

อนุทิน โชว์ปึ้ก นำ 16 พรรคประชุมชื่นมื่น ก่อนโหวตนายกฯ ด้านจุลพันธ์ ยัน เพื่อไทยไม่มีแตกแถว

19.03.26 | 10:09 น.

อนุทิน นำประชุม 16 พรรคร่วม บอกเร่งตั้งรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาปชช. ยันให้ความสำคัญเสียงสส.ทุกคน เหตุเป็นตัวแทนปชช. ชี้ จะหัวหน้าพรรคเล็ก-ใหญ่ ให้ความเสมอภาคเท่าเทียม ด้าน “จุลพันธ์” ยัน พท.มาเต็ม 100 เชื่อรัฐบาลเข้มแข็งบริหารประเทศ

 

เมื่อเวลา 08.50 วันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่รัฐสภา ว่าทันทีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา ได้ขึ้นมายังห้องประชุม CB 406 เพื่อประชุม สส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พรรคภูมิใจไทย , พรรคเพื่อไทย , พรรคพลังประชารัฐ , พรรคประชาชาติ , พรรคเศรษฐกิจ , พรรคเพื่อชาติไทย , พรรครวมไทยสร้างชาติ , พรรคไทยสร้างไทย , พรรคใหม่ , พรรครวมใจไทย , พรรคไทยทรัพย์ทวี , พรรครวมพลังประชาชน , พรรคมิติใหม่ , พรรคประชาธิปไตยใหม่ , พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 292 เสียง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และสส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคทยอยมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอถือโอกาสนี้ แสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากพรรคการเมืองทั้ง 16 พรรค ที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และบริหารราชการแผ่นดินเพื่อความผาสุก เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รัก เราคาดว่าจะสามารถดำเนินการทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารได้อย่างราบรื่น ตนมั่นใจว่าด้วยพลังของพวกเราทุกคน ทั้งด้านประสบการณ์ คุณวุฒิ วัยวุฒิ และความตั้งใจที่ทุกคนได้มาเป็นผู้แทนของราษฎรในครั้งนี้จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวด้วยความรักความสามัคคี

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนต้องกราบขอบพระคุณหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกของทุกพรรคการเมือง ที่ได้ให้ความเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือในการสนับสนุนให้ตนได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และต้องขอบคุณบรรดาผู้ประสานงานจากทุกพรรคที่ได้ร่วมกันประสานงาน และทำให้ความมุ่งมั่นตั้งใจในเจตนารมณ์ของพวกเรา ได้มาบรรจบกันด้วยความสามัคคี

ตนให้คำยืนยันว่าเราจะทำงานด้วยกัน โดยที่ตนจะให้ความร่วมมือกับทุกๆ ท่านไม่ใช่แค่เฉพาะคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ที่สำคัญคือความเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะให้การสนับสนุนในทุกๆด้าน เพื่อให้เกิดความสะดวกราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การทำงานในพื้นที่ของพวกท่านทุกคน และมั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์ที่พวกเรามีกันมาอย่างยาวนาน ตนจะใช้ความสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัด คือจิตใจที่มุ่งมั่นตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน จะทำให้การดำเนินการทุกอย่างในสไตล์การทำงานของตน ที่เชื่อมั่นในเรื่องของความร่วมมือกัน ไม่มีความขัดแย้ง จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับบ้านเมือง และประชาชนได้แน่นอน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนอย่างเต็มที่ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าตนจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านอย่างเต็มที่เช่นกัน สำหรับตนขอให้ทุกท่านได้มั่นใจ คนที่รู้จักกันดีจะรู้ว่าอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของประเทศและประชาชน ตนจะตอบสนองด้วยความรวดเร็ว และให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างได้รับข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อพ้นวันนี้เป็นต้นไปตนจะรับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกท่าน ไม่มีพรรคใหญ่พรรคเล็กมีแต่พรรคร่วมรัฐบาล ตนขอให้คำยืนยันว่าจะพรรคกี่เสียงก็แล้วแต่ พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เราพร้อมที่จะรับฟัง และให้ความร่วมมือเต็มที่ เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนก็จะรับข้อเสนอแนะของหัวหน้าพรรคทุกพรรคที่จะให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด และจะแถลงนโยบาย ซึ่งตนยินดีที่จะรับฟัง เราร่างโครงใหญ่เอาไว้แล้วซึ่งจะมีการประชุมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคเข้ามาประกอบนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งจะเร่งเสนอให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ทำการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวาน (18 มีนาคม) มีการประชุมพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะลงมติให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้มีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของเราจะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงเพียงพอที่มีความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ขณะนี้ปัญหาสถานการณ์ภัยชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่การจัดตั้งรัฐบาลต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการนำพาประเทศ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่านับหนึ่งที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมกับเรื่องนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอกราบขอบพระคุณนายอนุทินเป็นอย่างสูง ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมรัฐบาล ที่สำคัญคือให้เกียรติที่จะรับฟังในเรื่องของนโยบาย และแนวทางของพรรค เพื่อผสมผสานเป็นนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาของประเทศชาติต่อไป พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า วันนี้เรามาเต็ม 100 และพร้อมที่จะดำเนินการประชุมเพื่อเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกฯ ต่ออีกครั้ง

ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น นายอนุทิน กล่าวถึงความรู้สึกก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อสักครู่ในที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ได้ขอบคุณทุกพรรคที่ให้ความมั่นใจที่จะโหวตให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังต้องรอการประชุมสภา ที่จะเกิดขึ้นผ่านไปให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อถามว่า มีสัญญาณว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในวันนี้จะมีการโหวตเลือกนายกฯรู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล แม้กระทั่งพรรคที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล หากมีสิ่งใดที่จะเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม บ้านเมืองและประชาชน นายกฯคนนี้พร้อมจะรับฟัง และให้ความร่วมมือในการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าพรรคประชาชนจะเสนอชื่อนายกฯแข่ง นายอนุทิน กล่าวเพียงว่า ไม่ทราบ

ส่วนจะมีพรรคการเมืองอื่นร่วมโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกฯอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เชิญทุกพรรคมาหมดแล้ว ซึ่งเป็นเสียงที่เพียงพอ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะกังวลหรือไม่ว่าจะเสียงสนันสนุนอื่นนอกเหนือจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ถามกลับว่า ทำไมผู้สื่อข่าวชอบถามว่ากังวล พร้อมหัวเราะ และตอบว่า “กังวลงานที่จะเข้ามามากกว่า”

เมื่อถามถึงงานแรกที่จะเริ่มหลังได้รับตำแหน่งนายกฯ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามก่อนเข้าร่วมประชุมสภาทันที