หน้าแรก ภูมิภาค ชาวมาเลย์เที่...

ชาวมาเลย์เที่ยวไทยลดลง กังวลขาดแคลนน้ำมัน สอดรับประกาศมาเลเซีย เตือนพลเมืองวางแผนเที่ยว

19.03.26 | 12:41 น.

ชาวมาเลย์งดข้ามแดนเที่ยวไทยน่าใจหาย ช่วงอีฎิ้ลฟิตริ หลังเว็บไซต์มาเลเซียเตือนไทยขาดแคลนน้ำมัน

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวหลังจากเว็บไซต์ของมาเลเซีย อ้างอิงนายอาหมัด ฟาห์มี อาหมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำสงขลา ออกคำแนะนำเตือนชาวมาเลเซียที่วางแผนเดินทางโดยรถยนต์มาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีฎิ้ลฟิตริในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยขาดแคลนน้ำมัน จากการกักตุนของคนไทยที่ขยายผลจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับด่านพรมแดนเมืองรันตูปีนยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่า ผู้ที่เดินทางข้ามแดนจากเมืองรันตูปันยังส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่เดินทางไปขายแรงงานในรัฐต่างๆ ของมาเลเซีย เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันรายอออกปอซอ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 หรือ 21 มี.ค.69 โดยกำหนดจะดูดวงจันทร์ในค่ำคืนนี้

พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ได้เปิดเผยสถิติคนไทยที่เดินทางไปขายแรงงานยังรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซียที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศในช่วง 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมา ดังนี้ วันที่ 16 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับ  8,000 คน วันที่ 17 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับ 7,900 คน และวันที่ 18 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ 12,072 คน ส่วนชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวในช่วงวันอีฎิ้ลฟิตริลดน้อยลงมากทั้งๆ ที่ในช่วงนี้และทุกปีที่ผ่านมาจะมีชาวมาเลเซียเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยววันละประมาณกึ่งหนึ่งของจำนวนคนไทยที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในแต่ละวันเท่านั้น

จากการสอบถามชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนมายังประเทศไทย ทราบว่า เป็นผลพวงของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยที่ขาดแคลน สร้างความไม่มั่นใจว่าจะสามารถท่องเที่ยวตามจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียจะอาศัยข้ามแดนพรมแดนสุไหงโก-ลก เป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวอีกทอดหนึ่งตามหัวเมืองต่างๆ ของหาดใหญ่ สงขลา และพัทลุง

Advertisement

ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามปั๊มน้ำมันต่างๆ โดยรวมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ประชาชนสามารถนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดได้ตามปกติ แต่จะมีการจำกัดการเติมใส่ภาชนะที่เป็นแกลลอน หรือถัง โดยปั๊มจำหน่ายให้เพียงคนละ 5 ลิตรเท่านั้น โดยรวมการขาดแคลนสภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงถือว่ายังไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่