เผยแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิตจากการโจมตีอิหร่าน เป็นหนุ่มชัยภูมิ อายุ 30 ปี เพิ่งบินไปทำงาน พ.ค.68 อิสราเอลเร่งชันสูตรศพ ส่งร่างคืนครอบครัวใน 3-5 วัน ‘ตรีนุช’ ประสานส่งร่างกลับไทยแล้ว
จากกรณีนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ยืนยันการเสียชีวิตของแรงงานไทยในอิสราเอล โดยเป็นแรงงานภาคเกษตร เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอลนั้น นางชุติมา จุมังมอ จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาว จ.ชัยภูมิ ชื่อ นายชัยวัฒน์ แววนิล อายุ 30 ปี ชาว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ มีประวัติการเดินทางไปทำงานประเภททำการเกษตรปลูกมันฝรั่ง ในนิคมเกษตรกรรมโมชาพ อดานิม เมืองเทลอาวีฟ ทางตอนกลางของประเทศอิสราเอล เพิ่งเดินทางไปทำงานเดือนพฤษภาคม 2568

ที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หน่วยงานในพื้นที่ได้เข้าไปสอบถามญาติๆ ของนายชัยวัฒน์แล้ว ล่าสุดเพิ่งติดต่อไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ทราบว่าแรงงานไทยในอิสราเอลยังปลอดภัยดี จึงไม่ขอกลับประเทศไทย กระทั่งมีข่าวการเสียชีวิตของนายชัยวัฒน์ ส่วนแรงงานในพื้นที่ดังกล่าว อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศของไทยอยู่ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม
ด้านนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ มอบหมายให้นางชุติมา พร้อม 5 เสือแรงงานจังหวัดชัยภูมิและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบญาติแรงงานผู้เสียชีวิตรายนี้แล้ว เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งยืนยันจากทางการอิสราเอล พบแรงงานไทยเสียชีวิตจากระเบิดลูกปราย โดยผู้เสียชีวิตคือนายชัยวัฒน์ แววนิล อายุประมาณ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.45 น. ของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ได้สั่งการให้ทูตแรงงานในอิสราเอลให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลังเกิดเหตุการณ์แรงงานไทยเสียชีวิตในครั้งนี้ รวมทั้งให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เร่งประสานความช่วยเหลือกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการเตรียมการนำร่างกลับประเทศไทย

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิตแจ้งการเดินทางทำงานผ่านกรมการจัดหางาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เป็นแรงงานภาคเกษตรที่ทำงานปลูกมันฝรั่งอยู่ที่ Ozer farm ภายในชุมชนเกษตร Adanim ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง Herzliya ประมาณ 12 กิโลเมตร หน่วยนิติเวชของทางการอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัวผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟภายในระยะเวลา 3-5 วันต่อจากนี้
“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ขณะนี้ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต แจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ และช่วยประสานติดตามเรื่องหนังสือมอบอำนาจ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนแล้ว” น.ส.ตรีนุชกล่าว
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงสิทธิประโยชน์ที่ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับว่า สิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยซึ่งเสียชีวิตในครั้งนี้จะได้รับ ประกอบด้วย 1.สิทธิประโยชน์กรณีสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศเสียชีวิตในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ จำนวน 40,000 บาท และกรณีมีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพในต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท 2.เงินบำเหน็จชราภาพ 71,459.14 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ยังไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ระบุว่า 3.เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากทางอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี รวมทั้ง เงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินได้รับขึ้นอยู่กับสถาบันประกันภัยเป็นผู้พิจารณาและอัตราแลกเปลี่ยน

