ภูเก็ต กวาดล้างมาเฟียหาด Freedom รับเรื่องผู้เสียหายกว่า10ราย ถูกหลอกซื้อที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติ หลายล้านบาท ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เตรียมฟ้องคดีอาญา คดีฉ้อโกง
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมและรับเรื่องร้องเรียน การใช้ประโยชน์ที่ดิน หาด Freedom ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต กรณี ผู้ประกอบการหาด Freedom ได้รับความเดือดร้อน ถูกหลอกให้ซื้อขายเช่าซื้อที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติ และใช้อิทธิพลเข้าข่มขู่ ยึดครองพื้นที่ไม่ให้เข้าที่ดิน
โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นาย สรศักดิ์ รณะนันทน์ หัวหน้าหน่วยป่าไม้จังหวัดภูเก็ต นายสิทธินันท์ ถูกต้อง หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ปฐพี ศรีชาย ผกก.สภ.กะรน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนที่เดือดร้อน เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้รับเรื่องความเดือดร้อนของผู้เสียหายในพื้นที่ดังกล่าว โดยพื้นฐานการซื้อขายที่ดินก็ต้องดูก่อนว่า จริงเท็จอย่างไร หลักฐานการโอนได้หรือไม่ ซึ่งย้ำว่า ตามความเป็นจริงถ้าเดือดร้อนจริงให้ความเป็นธรรมแต่ถ้ามาหลอกลวงว่าเดือดร้อน เมื่อโดนจับในข้อหาบุกรุกป่าแล้วอ้างว่าโดนหลอกก็จะโดนข้อหา แจ้งความเท็จ กับเจ้าพนักงาน แต่ถ้าแจ้งโดยสุจริต การสอบสวนการซื้อขาย มีการติดต่อที่ดินหลักฐาน ที่เป็นผู้เดือดร้อน วันนี้จะให้ป่าไม้เจ้าของพื้นที่ได้ชี้แจง ทำความเข้าใจ และหลักฐานในที่ดินโดยจะรับเรื่องไว้ ซึ่งทราบว่าเป็น การถูกหลอกโอนเงิน คนละ 2 ล้านบาท มีสัญญาซื้อขาย

จากข้อมูลเอกสารพบว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จำนวนหลายคนได้ทำการรังวัดที่ดินแห่งนี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 โดยรังวัดแนวเขตให้ในที่ดินแต่ไม่บอกว่าอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ประเภทไหน
ในเรื่องนี้ ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต แจ้งยังสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ป่าไม้จังหวัดภูเก็ตให้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กลุ่มเหล่านี้ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในที่ดินดังกล่าว
ด้าน นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากที่เรานำหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่หาดฟรีดอม พบข้อเท็จจริงบางอย่างว่าพื้นที่แห่งนี้ที่หาด Freedom ซีกหนึ่งเป็นป่าสงวนฯ อีกซีกหนึ่งเป็นสปก.ซึ่งตรงป่าสงวนฯ ทราบว่ามีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเอาที่ดินดังกล่าวใช้หลอกล่อ
ซึ่งวันนี้มีผู้เสียหายจำนวนหลายรายคือหลอกขายที่ดินบ้างอ้างว่าที่ดินนี้เป็นส.ค. 1 อยู่ระหว่างการออกโฉนดบ้าง ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าว ส.ค.1 มีประมาณ 3 ไร่ แต่บุกรุกพื้นที่จริงประมาณ 40-50 ไร่ และแบ่งที่ดังกล่าวอ้างว่าให้กับคนต่างๆหลายคน และมีกลุ่มบุคคลพี่น้องประชาชนหลงเชื่อ ให้เงินซื้อและโอนเงินกัน ให้กับบุคคลดังกล่าวหลายล้านบาท และมีการเก็บค่าไปเที่ยวหาด Freedom คนละ 300 บาทคนไทย 100 บาท เก็บเงินมาเป็นเวลานาน ถ้าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือใครแข็งกระด้างกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว จะมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และต้องเสียเงินในการซื้อที่ดิน
มีการลงพื้นที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมาย ทำให้ได้พบหลายส่วนที่บุกรุก และพบว่าบุคคลดังกล่าวบุกรุกและมีป้ายติดที่รั้วแสดงความเป็นเจ้าของที่ป่าสงวนแห่งชาติ แต่เมื่อเข้าไปจับกุมเรื่อยๆ ทำให้พี่น้องประชาชนบางกลุ่มเกรงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะไม่ให้ความเป็นธรรม ละเลยเลือกปฏิบัติ
จึงได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงป้องกันจังหวัดนำกำลังอส.ไปร่วมกับป่าไม้ร้องทุกข์กล่าวโทษ คนที่บุกรุกทั้งหมดไม่เลือก ว่าเป็นใครก็ตาม เพื่อให้สบายใจ แล้ววันนี้มีประชาชนมาขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลกฎหมายจังหวัด ซึ่งได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯภูเก็ต มารับฟังปัญหา
โดยสรุปข้อยุติ คือ ทางกลุ่มผู้เสียหายจะร่วมกันไปแจ้งความและฟ้องดำเนินคดีทั้งคดีอาญา และคดีฉ้อโกง ทางจังหวัดตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนมาตรการที่จะคืนพื้นที่ป่าไม้ให้กับประชาชนคือ กรมป่าไม้ จะต้องใช้มาตรา 25 ที่จะเข้าไป รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ผู้มีอิทธิพลที่เข้าไปบุกรุกก่อสร้างในพื้นที่ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
จากข้อมูลผู้ที่หลอกลวงประชาชนคือใช้วิธีการ นำส.ค. 1 ใบ 1 แอบอ้างและทำการยื่นออกโฉนดโดยใช้เวลาเป็นเวลานานๆ ว่าอยู่ในขบวนการออกโฉนด ซึ่งข้อเท็จจริงที่ดินจังหวัดยืนยันแล้วว่า ไม่มีทางที่จะออกโฉนดได้ เพราะดูจากแผนที่แล้วส.ค. 1 ไม่ได้อยู่ในตรงนั้นแน่นอน และบุคคลเหล่านี้ ไปหลอกลวงชาวบ้านว่าอยู่ระหว่างดำเนินการขอออกโฉนด ซึ่งคำว่าอยู่ระหว่างก็สามารถที่จะไปขายคนอื่นได้ เพราะเขาคิดว่าสามารถออกโฉนดได้ แต่เมื่อออกไม่ได้เขาก็กลับมาบอกเลิกเพิกถอน ว่ายังไม่ออกก่อน แล้วมาขอใหม่อีกรอบนึงเพื่อยืดเวลาออกไป ไปขอตรงที่อื่นอีก ซึ่งส.ค. 1 ใบนี้ทางที่ดินยังไงก็ออกไม่ได้อยู่แล้ว น่าจะมีคนเอาไปออกแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานไปร้องทุกข์ คดีอาญาแผ่นดิน 4 คดี สำหรับผู้ที่กระทำผิดทางพนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกและออกข้อกล่าวหาต่อไป ซึ่ง 4 คดี เขาบุกรุก 4 แปลง ส่วนคดีฉ้อโกง อยู่ระหว่างการไปแจ้งความของผู้เสียหาย ซึ่งชาวบ้านบอกว่ามีแบกปืนข่มขู่ตลอด เราได้เข้าไปควบคุมพื้นที่ และไปจับกุมอาวุธปืนได้ 1 กระบอกเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) และจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่อส.ฝ่ายปกครอง เข้าไปดูพื้นที่ในตอนกลางคืน ถ้ามีการยิงปืนข่มขู่ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนเจ้าของพื้นที่ที่ถูกหลอกลวงมั่นใจได้ว่า ทางจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการอย่างเฉียบขาดแน่นอน
ด้าน นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ หัวหน้าหน่วยป่าไม้จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สนธิกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ระหว่าง 17-18 มีนาคม ตามนโยบาย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยแบ่งกำลังลงตรวจสอบพื้นที่รวม 3 ชุด ในพื้นที่ทั้งหมด รวมคดีทั้งหมด 13 คดี ผู้ต้องหา 8 คน อาวุธปืน 1 กระบอก เป็นอาวุธปืนสั้น 9 กระบอก พร้อมกระสุน 17 นัด พร้อมเครื่องเลื่อย และมีการจัดตั้งร้านค้าขายเครื่องดื่มอาหารบริเวณทางลง หาด Freedom รถยนต์ กระบะ โฟวิล 1 คัน และได้วางแผนร่วมกัน เข้าพื้นที่ในส่วนที่ยังไม่ได้ตรวจนับจุดพิกัด ได้ตรวจวัด และได้นำเรื่อง ข้อกล่าวหา ไปแจ้งความต่อ สภ. กะรนแล้ว ส่วนในบางเรื่อง เป็นชั้นเอกสารบันทึกจับกุม ซึ่งไม่ได้ปล่อยปละละเลย การปฏิบัติหน้าที่”
ด้าน นายสิทธินันท์ ถูกต้อง หัวหน้ากลุ่มงานที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จะทำการรังวัดพิสูจน์ส.ค. 1 ตำบลป่าตอง เป็นส.ค.1 แบบแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดิน ตอนนี้ไม่ทราบว่าที่ดังกล่าวเป็น พื้นที่หมู่ที่ 3 หรือหมู่ที่ 1 ซึ่งผู้ปกครองพื้นที่ดังกล่าวบอกว่าเป็นพื้นที่คาบเกี่ยว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไปยื่นรังวัด เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเพิ่งจะมาขอยื่นรังวัดในที่ดินดังกล่าวเพื่อไปขอออกโฉนดอีกพื้นที่หนึ่ง ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป”

