อุ้มหายอลเวงไม่จบ! หนุ่มสารภาพ จัดฉากอุ้มตัวเอง หวังฮุบเงินแก๊งคอล เจ้าของเงิน ท้าตรวจสอบยันเป็นของแม่ให้มาซื้อรถ
จากกรณี นายปืน (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ชาวอุดรธานี ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายชื่อ นายชนาธิป หรือนายบุ้ง อายุ 21 ปี ถูกชายฉกรรจ์ 4 คน อุ้มจากบ้านขึ้นกระบะฟอร์ดสีดำ หายไปไม่สามารถติดต่อได้ เหตุเกิดเวลา 16.24 น. วันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา
กระทั่งมีเพื่อน 4 คน ของนายบุ้ง เข้าพบตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี อ้างว่าเป็นการวางแผนร่วมกัน หวังจะฮุบเงิน 4 แสนบาท ที่มีเพื่อนชื่อจ๋าย จ้างวานให้หาบัญชีม้าโอนเงินให้ และเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายจากแก๊งสแกมเมอร์ เลยคิดว่าไม่มีใครกล้าแจ้งความ จนเรื่องบานปลายในที่สุด
อ่านข่าว – พ่อร้องสื่อ ลูกชายถูกอุ้มหายไปจากบ้าน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุดพบตร. ร่วมกันจัดฉาก ฮุบเงิน 4 แสนแก๊งคอล
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า นายกิตติพงศ์ หรือนายจ๋าย อายุ 22 ปี ชาว จ.อุดรธานี เพื่อนของนายบุ้ง ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นคนจ้างวานให้นำเงินไปโอนผ่านบัญชีม้า ได้เข้าพบกับ ร.ต.ท.นรเทพ ทองเจียม รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม จากคดีที่นายจ๋าย แจ้งว่ามีชายฉกรรจ์ 4 คน อุ้มนายบุ้งขึ้นรถกระบะไป และปล้นเอาเงิน 4 แสนบาทของตัวเอง ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์อุ้มนายบุ้งขึ้นรถหนีหายไปจริง และเงิน 4 แสนเป็นเงินของแม่ที่เอามาไว้ให้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่จองไว้

นายจ๋ายเล่าว่า ช่วงบ่ายวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ตนกับแฟนได้เข้าไปเล่นกับนายบุ้งที่บ้าน ประมาณ 16.30 น. ก็มีรถกระบะมาจอดหน้าบ้าน แล้วมีชาย 4 คน โพกผ้าปิดบังใบหน้า 3 คน ไม่ปิดบังใบหน้า 1 คน เดินเข้ามาในบ้าน มี 1 คนชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ แล้วเขาก็เตะนายบุ้งล้ม ส่วนตนก็ถูกล็อกตัวไว้ บังคับให้นอนลง ตนก็บอกว่าตนไม่เกี่ยว อย่าทำอะไรตน ชายกลุ่มนั้นก็ถามตนว่า ได้ขายยาเหมือนนายบุ้งหรือไม่ ตนก็ปฏิเสธ บอกว่าไม่รู้เรื่อง จากนั้นเขาก็จับนายบุ้งขึ้นรถ แล้วหันมาหยิบเงินจากกระเป๋าตนไป
“เงิน 4 แสนบาท เป็นเงินที่แม่ตนเอาไว้ให้ไปออกรถยนต์ไฟฟ้า แม่เอาออกมาจากตู้เซฟให้ตนไว้เมื่อ 2 วันก่อน ยืนยันว่าเป็นเงินของแม่ตนจริงๆ ตรวจสอบได้เลย และที่ยังไม่ไปออกรถ เพราะรอคุยกับเซลขายรถก่อน ตนแค่บอกเพื่อนว่าจะซื้อรถ แต่ไม่ได้บอกว่าพกเงินมาด้วย เพื่อนก็ไม่รู้ว่ามีเงินเท่าไหร่ ตนเชื่อว่านายบุ้งถูกตำรวจหรือคนมีสีจับตัวไปจริงๆ เพราะรู้ว่านายบุ้งเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนรู้จักกับนายบุ้งมานานแล้ว แต่ก็เพิ่งจะมาสนิทกันได้ประมาณ 1 ปี และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่านายบุ้งอยู่ไหนเหมือนกัน”

ขณะเดียวกันที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี นายบุ้ง อายุ 21 ปี ตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ ได้ติดต่อเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี โดยนำกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ด้านในมีเงินสดเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 1 ปึก จำนวน 100,000 บาท และเศษเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง มาเป็นหลักฐาน อ้างว่าได้เงินจากการกุเรื่องว่าถูกอุ้มไป 200,000 บาท และใช้จ่ายในการเที่ยวเตร่ไปแล้ว เหลือเงินสดอยู่เพียงเท่านี้

นายบุ้งเล่าว่า เรื่องทั้งหมดเริ่มจากที่นายจ๋ายมาจ้างวานตนให้ไปถอนเงินสดจากบัญชีม้า โดยวันนั้นออกไปพร้อมกับเจ้าของบัญชี เมื่อได้เงินแล้ว จ่ายค่าจ้างแล้วตนก็แยกตัวกลับบ้าน ซึ่งต้องเอาเงินจำนวนนี้ไปให้นายจ๋าย เพื่อส่งต่อไปยังนายภพ เพื่อนนายจ๋าย ที่ดูแลระดับที่สูงกว่า ตนจึงวางแผนกับเพื่อนรุ่นพี่ทั้ง 4 คน ว่าจะจัดฉากถูกอุ้มขึ้นรถไปเพื่อหวังจะฮุบเงินทั้งหมด โดยคิดว่านายจ๋ายคงจะไม่กล้าแจ้งความหรือติดตามเอาผิดเพราะเป็นเงินสีเทา เมื่อนายจ๋ายมาที่บ้านเพื่อรับเงิน จึงเริ่มทำตามแผนทั้งหมด
หลังจากนั้นรถกระบะก็มุ่งหน้าไปที่ จ.หนองบัวลำภู มาส่งตนไว้ในพื้นที่อำเภอหนึ่ง ตนจำไม่ได้เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ ส่วนเพื่อน 4 คนก็แยกย้ายกันไป ตนนอนที่รีสอร์ต 1 คืน วันต่อมาช่วงเย็นก็ให้เพื่อนมารับไปส่งที่คิวรถ และเดินทางต่อไปยัง จ.ชลบุรี กินเที่ยวอยู่ที่นั่น 1 คืน จนเงินเหลืออยู่ 100,000 บาท
ระหว่างก็รู้แล้วว่าเกิดเรื่องขึ้น พ่อก็พยายามโทรติดต่อ ได้คุยกันแต่ก็ไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งได้คุยกับตำรวจ จึงตั้งใจเข้ามาเล่าความจริงทั้งหมด และตัดสินเข้ามาพบตำรวจในวันนี้ ตนทำงานให้กลุ่มนี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ตนไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก แต่ก็อยากได้เงินไปเที่ยว จึงกุเรื่องทั้งหมดขึ้น แบ่งเงินไป 2 แสนบาท ให้เพื่อนรุ่นพี่คนละ 5 หมื่นบาท
พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกถ้อยคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้แล้ว และจะทำการขยายผลไปยังเครือข่ายนี้ทั้งหมด โดยจะเริ่มจากการติดตามตัวเจ้าของบัญชีม้าที่นายบุ้งกล่าวอ้าง และจะตรวจสอบเส้นทางการเงินในเครือข่ายนี้ทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ใดในเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดก็จะอยู่ในสำนวนการสืบสวน หากพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็จะแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


