หน้าแรก ภูมิภาค จับตา! ปัญหาอ...

จับตา! ปัญหาออกเอกสารสิทธิ์หนองน้ำสาธารณะ “แก้มลิงหนองใหญ่” หลังชาวบ้านร้องออกโดยมิชอบ

22.05.17 | 16:32 น.

ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก.ให้หนองน้ำสาธารณะจำนวน 27 แปลง 732 ไร่ ใน “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ” (แก้มลิงหนองใหญ่) ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552 หลังชาวบ้านในนาม “กลุ่มปกป้องบ้านพ่อ” พบความไม่ชอบมาพากล จึงลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ จ.ชุมพร และกรมที่ดินพิจารณาเพิกถอน นส.3 ก.ของที่ดินทั้ง 27 แปลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่คงเพราะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้การเรียกร้องของชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มปกป้องบ้านพ่อขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์หนองน้ำสาธารณะในแก้มลิงหนองใหญ่ ที่มีนายทุนนำเอกสาร น.ส.3 ก. ไปขอให้สำนักงานที่ดิน จ.ชุมพร สำรวจรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินที่มีจำนวน 27 แปลง ซึ่งเดิมเป็นของบริษัท บางลึกการเกษตร จำกัด และขายให้นายเอก สันทัด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ต่อมานายเอกได้ขายฝากให้ บริษัท สุนีย์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ในวันเดียวกัน จ.ชุมพร จึงส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณา หรือแก้ไขตามนัยมาตรา 61 เนื่องจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) จ.ชุมพร มีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2555 ให้เพิกถอน น.ส.3 ก.ในที่ดินที่ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ ตามหนังสือ จ.ชุมพร ที่ ชพ 0019.5/020011 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ส่งให้กรมที่ดินพิจารณา


จากนั้นกรมที่ดินพิจารณาแล้วให้ จ.ชุมพร ตรวจสอบเพิ่มเติมตามหนังสือที่ มท 0516.2(1.2)/21380 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2557 ขอทราบผลการรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) แปลงที่สาธารณประโยชน์ “ทุ่งหนองใหญ่” ตรวจสอบประวัติความเป็นมาของหนองน้ำสาธารณประโยชน์ “หนองใหญ่” ตรวจสอบ นส.3 ก.ที่ออกในพื้นที่ดังกล่าว และสำเนาหลักฐานที่ดินข้างเคียง ต่อมา จ.ชุมพรได้มีหนังสือ ที่ ชพ 0020.5/676 ลงวันที่ 14 มกราคม 2558 ให้นายอำเภอเมืองชุมพรประสานเทศบาลตำบลบางลึก ยื่นขอรังวัดออก นสล.แปลงดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสถานะปัจจุบันบริษัทที่ซื้อที่ดินทั้ง 27 แปลงจากนายเอกได้ยื่นคำขอรังวัด น.ส.3 ก เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 โดยสำนักงานที่ดินจ.ชุมพร ทำการรังวัดไปแล้ว 16 แปลง งดรังวัด 6 แปลง ส่วนที่เหลืออีก 5 แปลงอยู่ระหว่างแจ้งหมายเพื่อทำการรังวัดต่อไป ระหว่างนี้เทศบาลได้มีหนังสือคัดค้านทั้ง 27 แปลง โดยไม่ได้ร่วมระวังชี้แนวเขตด้วย

พ.ท.ดุสิต เกสรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ มทบ.44 ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่สืบค้นข้อมูลทะเบียนต่างๆ หาข่าว กำหนดพิกัดดาวเทียม (GPS) ของตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำผังแปลงเบื้องต้นในการพิสูจน์ทราบ และพบเอกสารการขึ้นทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ (ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2475 โดย หลวงวรรณ นายอำเภอท่าตะเภาขณะนั้น เนื้อที่ 2,000 ไร่ เรียกว่า “ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์หนองใหญ่” ซึ่งทะเบียนระบุขอบเขตคือ ทิศเหนือจดเขาสีเสียดยาว 40 เส้น (1,600 เมตร) ทิศตะวันออกจดทางรถไฟยาว 50 เส้น (2,000 เมตร) ทิศใต้จดหนองใหญ่ยาว 40 เส้น (1,600 เมตร) ทิศตะวันตกจดหนองย่านสะบ้ายาว 50 เส้น (2,000 เมตร)

การตรวจสอบทำให้ทราบขอบเขตพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ส่วนพื้นที่คลองขุดในโครงการหนองใหญ่เมื่อนำผังเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. จำนวน 27 แปลงที่มีปัญหา มาวางซ้อนทับกันตามภูมิประเทศพบว่า พื้นที่ของ นส.3 ก. ทับกันสนิทบนพื้นที่หนองน้ำสาธารณะฝั่งซ้ายพอดี และยังพบว่า เอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ทั้ง 27 แปลงอยู่บนพื้นที่หนองน้ำสาธารณะในปัจจุบัน มีความน่าจะเป็นสูงที่พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นหนองน้ำในอดีตที่เรียกว่า “ย่านสะบ้า” ซึ่งเมื่อปี 2475 หลวงวรรณ นายอำเภอเมืองท่าตะเภาได้ขึ้นทะเบียนที่สาธารณประโยชน์เอาไว้

Advertisement

ชุดเฉพาะกิจยังได้หาขอบเขตที่แน่นอนด้านทิศตะวันตก ทิศเหนือ และทิศใต้ของหนองน้ำ โดยตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแผนที่ทหารฉบับแรกของไทย L708 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสหรัฐอเมริกา จัดทำขึ้นโดย Army Map Service (SX) เหล่าทหารช่างกองทัพบกอเมริกัน Washington, D.C. ได้รวบรวมในปี 2505 สำรวจโดยกรมแผนที่ทหารบกไทย และกองพันทหารช่างที่ 29 (Base Topographic) กองทัพบกอเมริกัน รายละเอียดทางอุทกศาสตร์ได้จาก NAVOCEANO ระวาง 3780 ปี 2489 การแปลภาพในสนามกระทำเมื่อปี 2501 มาตราส่วน 1 : 50,000 พบว่า บริเวณที่คาดว่าจะเป็นโครงการในปัจจุบันที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. 27 แปลง เป็นหนองน้ำสาธารณะที่มีน้ำท่วมขังตลอดปี (Swamp) ในฤดูฝนน้ำจะท่วมล้นไปจนจุดที่มีความสูงประมาณ 13 เมตร ราษฎรในสมัยนั้นประกอบอาชีพทำนาได้ ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะลดลงมา
เมื่อนำแผนที่ L708 เข้าไปในแผนที่ Google Earth พบว่า พื้นที่คลองขุดของโครงการ พื้นที่ครอบครองเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. 27 แปลง และพื้นที่หนองน้ำที่มีน้ำท่วมตลอดปีเป็นพื้นที่เดียวกัน ทำให้ทราบว่าเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. 27 แปลงออกในพื้นที่หนองน้ำสาธารณะที่มีมาแต่เดิมในอดีต ซึ่งจากทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ 2,000 ไร่ ระบุทางทิศตะวันตกอย่างแน่นอนว่าเป็น หนองย่านสะบ้า และพบด้านใต้ของแผนที่มีหนองน้ำอีกหนึ่งแห่ง ปัจจุบันเป็นที่จับสัตว์น้ำ โดย กรมประมง ได้ทำเรื่องขอออกเอกสารเพื่อสงวนหวงห้ามไว้ตั้งแต่ปี 2508 และออก หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) กำหนดขอบเขตไว้แล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2529 จำนวนเนื้อที่ 831 ไร่ 1 งาน 58.7 ตารางวา เรียกว่า “ที่จับสัตว์น้ำสาธารณประโยชน์หนองใหญ่ทางช้าง”

การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของราษฎรโดยรอบและบริเวณใกล้เคียงหนองน้ำสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อหาขอบเขตหนองน้ำด้านทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือ พร้อมตรวจสอบแผนที่แนบท้ายในเอกสารสิทธิ์ของราษฎร เพื่อหาขอบเขตหนองสาธารณะที่ปรากฏในเอกสารสิทธิ์พบว่า เอกสารสิทธิ์ด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็น นส.3 ก. ออกประมาณปี 2521 ส่วนทิศใต้ และทิศเหนือ เอกสารสิทธิ์ส่วนใหญ่เป็นโฉนดที่ดินออกประมาณปี 2540 หนองน้ำสาธารณประโยชน์จะขยายตัวหดตัวตามปริมาณน้ำฝน กรณีคิดตามแนว 10 เมตรรอบหนองน้ำสาธารณประโยชน์จะได้ขอบของหนองสาธารณะขยายตัว

จากรายละเอียดข้างต้น และการสืบสวน สอบสวนราษฎรในพื้นที่ ทำให้ทราบว่าในฤดูแล้งหนองน้ำที่ปรากฎจะเป็นหนองน้ำเล็กมากมายหลายหนองน้ำ ชาวบ้านตั้งชื่อหนองน้ำนั้นๆ ไม่ซ้ำกัน แต่ในฤดูฝนเกิดน้ำหลาก ทำให้หนองเล็กๆ รวมกันกลายเป็นหนองน้ำเดียวชาวบ้านรวมเรียกชื่อหนองน้ำทั้งหมดว่า “หนองใหญ่”

ชุดเฉพาะกิจฯ มทบ.44 ได้สรุปพื้นที่หนองน้ำสาธารณประโยชน์หนองใหญ่ เป็นหนองน้ำสาธารณะด้านทิศตะวันตก (หนองย่านสะบ้า) มีพื้นที่ประมาณ 2,300 ไร่ หนองน้ำด้านทิศใต้ของทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์หนองใหญ่ (หนองใหญ่) มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ พื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์หนองใหญ่มีพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ตามทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ (พ.ศ. 2475) พื้นที่ ที่จับสัตว์น้ำหนองใหญ่ทางช้าง มีพื้นที่ตาม น.ส.ล. 831 ไร่ 1 งาน 58.7 ตารางวา รวมพื้นที่สาธารณประโยชน์ ประมาณ 5,000 ไร่

หลังจากนั้น นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น นายอำเภอเมืองชุมพร ที่ดินจังหวัดชุมพร นายกเทศมนตรี ต.บางลึก กำนัน และอดีตกำนัน ต.บางลึก ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่ดินที่มีปัญหาทั้ง 27 แปลง ก่อนสรุปว่าที่ดินทั้ง 27 แปลงเป็นหนองน้ำสาธารณะที่ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ อีกทั้งยังมีน้ำท่วมในลักษณะป่าชุ่มน้ำตลอดทั้งปี จึงไม่น่าที่จะออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ ในที่ดินทั้ง 27 แปลงได้ โดยนายณรงค์ยืนยันว่า ปัญหาเรื่องนี้ในส่วนของจังหวัดชุมพรจะต้องจบในสมัยที่ตนเป็นผู้ว่าฯ ชุมพร

นอกจากนั้น พล.ท.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.ศปป4 กอ.รมน.) พร้อมคณะยังได้เดินทางไปยัง จ.ชุมพรเพื่อรับฟังปัญหา ก่อนลงพื้นที่สำรวจที่ดินทั้ง 27 แปลง โดยระบุว่า จากหลักฐานต่างๆ ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งของชุดเฉพาะกิจฯ มทบ.44 ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การออก นส.3 ก.ให้ที่ดินทั้ง 27 แปลงเป็นสิ่งที่ผิดปกติ ไม่สมควรที่จะทำได้ พร้อมตั้งคำถามว่า ชาวชุมพรยอมให้มีการออก นส.3 ก.ที่ดินทั้ง 27 แปลงได้อย่างไร หากไม่ลุกขึ้นมาทวงคืนกลับมาเป็นของแผ่นดินก็คงจะอายคนทั้งประเทศ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 พ.ท.ดุสิต เกสรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจฯ มทบ.44 นายวีรวัฒน์ จันทรักษ์ นายกเทศมนตรี ต.บางลึก พร้อมแกนนำกลุ่มปกป้องบ้านพ่อ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.วีรชาติ สีห์ภา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ตามการสั่งการของ พล.ท.ชัยณรงค์ แกล้วกล้ว ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.ว่า ชาวบ้าน ต.บางลึก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 พบว่า มีการรังวัดปักหลักหมุดที่ดิน เพื่อออกเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดในที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติ จัดเป็นที่สาธารณะโดยสภาพ จำนวนเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 8, 9, 10, 11 และ 12 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

นับจากนี้คงต้องจับตาดูว่า ที่ดินจำนวน 27 แปลง เนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ ในโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ ที่ชาวบ้านเรียกร้องให้มีการเพิกถอน นส.3 ก.เนื่องจากเป็นหนองน้ำสาธารณะจะสามารถเพิกถอนได้หรือไม่ และหากมีการสรุปว่า การออก นส.3 ก.ให้ที่ดินทั้ง 27 แปลงเป็นการออกโดยมิชอบ จะสามารถนำตัวทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออก นส.3 ก.ดังกล่าวมาลงโทษหรือไม่ อย่างไร

                                              ทวีลาภ การะเกด / รายงาน