เทศบาลนครเกาะสมุย ประสานตำรวจ สภ.เกาะสมุย แจ้งความเอาผิดขบวนการทุจริตออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1) ปลอม พบพิรุธปลอมลายเซ็นเจ้าหน้าที่ยกแผง ด้านนายก ทน.เกาะสมุย สั่งเชือดวินัยร้ายแรง พร้อมประกาศใช้ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบปิดช่องว่างส่วย
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการ เทศบาลนครเกาะสมุย นำหลักฐานสำคัญเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย หลังตรวจพบการทุจริตที่มีการจัดทำ “ใบอนุญาต อ.1 ปลอม” หรือใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยขบวนการนี้ทำแบบฟอร์มเลียนแบบตราเทศบาล ปลอมแปลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทุกระดับชั้น ตั้งแต่ช่างเขต, หัวหน้าฝ่าย, ผู้อำนวยการสำนัก, ปลัดเทศบาล ไปจนถึงลายเซ็นของนายกเทศมนตรี เพื่อตบตาผู้ประกอบการและประชาชน
จากการสอบสวนเบื้องต้น มีเจ้าหน้าที่ยอมรับสารภาพแล้ว 1 ราย โดยระบุว่าเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ประกอบการวิลล่าหรืออาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการความรวดเร็ว หรือกลุ่มที่ไม่ต้องการแก้ไขแบบแปลนตามระเบียบราชการ จึงหลงเชื่อกลุ่มคนที่อ้างว่าสามารถ “จัดการให้ได้”

ในส่วนของมาตรการทางปกครอง เทศบาลได้ส่งเรื่องไปยังงานวินัยเพื่อรายงานต่อสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ก.ท.จ.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และหากพบว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือการออกใบอนุญาตโดยมิชอบ จะเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ด้วย ซึ่งโทษทางวินัยมีเพียง 2 สถาน คือปลดออก หรือไล่ออก
นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่คือเรื่องความปลอดภัย เพราะอาคารเหล่านี้ไม่ผ่านการคำนวณโครงสร้างจากวิศวกรเทศบาล หากพังถล่มขึ้นมาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวระดับโลกของสมุยจะพังพินาศ ได้สั่งล้างบางขบวนการปลอมลายเซ็นเอกสารราชการ เพื่อทำใบอนุญาตก่อสร้างปลอม จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ยอมรับสารภาพแล้ว ส่วนระดับผู้บริหารที่ถูกปลอมลายเซ็นได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครเกาะสมุยได้มีแนวทางแก้ไข เตรียมนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเปลี่ยนเป็นการยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ และส่งไฟล์เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้รับเหมาต้องส่งรายงานภาพถ่ายความคืบหน้าให้เทศบาลทุก 15 วัน เพื่อป้องกันการก่อสร้างที่ผิดจากแบบที่ขอไว้
นอกจากนี้ เตรียมนำกฎหมายมาตรา 39 ทวิ มาปรับใช้ เพื่อให้โครงการที่มีสถาปนิกและวิศวกรรับรองถูกต้องสามารถเริ่มงานได้เร็วขึ้น ภายใต้การตรวจสอบหน้างานของเทศบาล เพื่อลดช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะขยายผลจาก “ความผิดส่วนตัว” ไปสู่ “ขบวนการทุจริตระดับท้องถิ่น” ประเด็นที่ต้องจับตา แม้จะดำเนินคดีกับตัวการที่หลักฐานชัดเจน แต่ก็ยังมีกระแสมุมมองที่ไม่เชื่อว่าพนักงานระดับปฏิบัติการจะกล้าทำเพียงลำพัง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการปลอมเอกสาร แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะวิลล่าที่ออกใบอนุญาตโดยการปลอมลายเซ็น ไม่ได้ผ่านการคำนวณโครงสร้างจากวิศวกรเทศบาล หากเกิดอุบัติเหตุหรืออาคารพังถล่ม จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลก



