เชียงใหม่จุดความร้อนพุ่งทะลุ 158 จุด เร่งสกัดไฟป่า รับมือช่วงวิกฤตปลายมีนาคม
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์อำนวยการฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบออนไลน์
โดยสั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอ เร่งรายงานผลการดำเนินการดับไฟจากจุดความร้อนและกรณีลักลอบเผาในพื้นที่ต่อศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดโดยเร็ว พร้อมจำแนกข้อมูลระหว่างจุดความร้อนจากการลักลอบเผา และจุดความร้อนจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในระบบ FireD อย่างชัดเจน
หากสถานการณ์เกินขีดความสามารถ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลและอากาศยานจากจังหวัดทันที พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16), สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (สจป.1) และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ปรับแผนการลาดตระเวนให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเกิดจุดความร้อน
เนื่องจากช่วงวันที่ 24 – 31 มีนาคม 2569 คาดว่าจะไม่มีฝนตกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงขอให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์ไฟป่าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยอ้างอิงจากสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่พบว่าจุดความร้อนเพิ่มสูงในช่วงเวลาดังกล่าว โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในช่วงเวลากลางคืน ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการฯ ได้รับรายงานจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2569 (รอบเช้า) ข้อมูลจาก suomi-NPP เวลา 02.15 น. จำนวน 158 จุด กระจายเป็นวงกว้างในพื้นที่ อ.แม่แตง 29 จุด อ.เชียงดาว 28 จุด อ.ดอยสะเก็ด 14 จุด อ.แม่วาง 11 จุด อ.สะเมิง 11 จุด อ.หางดง 10 จุด อ.สันทราย 9 จุด อ.พร้าว 9 จุด อ.แม่ออน 7 จุด อ.จอมทอง 7 จุด อ.ฮอด 7 จุด อ.ดอยเต่า 6 จุด อ.อมก๋อย 6 จุด อ.ไชยปราการ 2 จุด และ อ.แม่แจ่ม 2 จุด มีปริมาณสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 23 มี.ค. 2569 ทั้งหมดจำนวน 967 จุด
ส่งผลให้ในช่วงนี้ ท้องฟ้าบางพื้นที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่ยังมีกระแสลมพัดสอบเข้ามาเป็นระยะ ยกฝุ่นออกไปได้บ้าง แต่คาดว่าตลอดสัปดาห์นี้สถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากพบการเผาในเขตป่าเพิ่มขึ้นมากในจุดซ้ำซากของการลอบจุดไฟ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ผืนป่าออบหลวง ผืนป่าออบขาน ผืนป่าแม่วาง และรอยต่อ อ.หางดง ซึ่งเป็นต้นลมใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่


