บก.ตม.3 เผยผลกวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย จับ 146 ราย เพิกถอนวีซ่า 250 ราย ลุยเข้มต่อเนื่อง จับ-ถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ด่านพัทยา) ห้อง ศปก. ชั้น 2 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี และ พ.ต.ท.กวีณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมแถลงผลปฏิบัติการเชิงรุก ปราบปรามแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ในพื้นที่พัทยาและใกล้เคียง
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้มี ว่าที่ พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา และถนนพัทยาสายสอง หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้รวม 11 ราย แบ่งเป็นสัญชาติลาว 9 ราย และสัญชาติกัมพูชา 1 ราย ในข้อหาเป็นคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 นอกจากนี้ ยังพบผู้กระทำผิดสัญชาติลาวอีก 1 ราย ซึ่งนอกจากจะทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตนานถึง 2,061 วัน
พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวน ปราบปราม และผลักดันคนต่างด้าวที่กระทำผิดออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ จากการระดมกวาดล้างในช่วงวันที่ 16–22 มีนาคม 2569 พบว่ามีการจับกุมคนต่างด้าวกระทำความผิดรวม 146 ราย แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 63 ราย ลาว 42 ราย กัมพูชา 14 ราย จีน 14 ราย เวียดนาม 8 ราย และอื่นๆ อีก 5 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 98 ราย และทำงานนอกเหนือสิทธิ 49 ราย

สำหรับลักษณะงานที่พบการกระทำผิด ส่วนใหญ่เป็นอาชีพต้องห้าม อาทิ เร่ขายสินค้า 36 ราย ช่างตัดผม 1 ราย และเสมียน 1 ราย ขณะที่อาชีพทั่วไป อาทิ ขายของหน้าร้าน 44 ราย กรรมกร 36 ราย ร้านอาหาร 6 ราย และอื่นๆ อีก 28 ราย
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่าคนต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมายแล้วรวม 250 ราย แม้จะพ้นช่วงระดมกวาดล้างตามนโยบายแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันจะไม่มีการผ่อนปรน และจะเดินหน้ากวดขันอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง
ในส่วนของมาตรการเชิงรุก เจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือกับ Grab, Bolt และ LINE MAN เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย พร้อมตรวจสอบการ “สวมสิทธิ” นำบัญชีผู้ใช้งาน (ID) ของคนไทยไปให้ต่างด้าวเช่าใช้ ถือเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายในอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้แรงงานต่างด้าวรับทราบข้อกฎหมาย และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ หรือผ่านเว็บไซต์ www.immigration.go.th โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งจับกุม เพิกถอนวีซ่า และขึ้นบัญชีดำ (Blacklist)

