ชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนเก้าเส้งส่วนหนึ่งต้องงดออกเรือทำการประมงหลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนซินและดีเซลปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาหารทะเลปรับเฉลี่ยเพิ่มกิโลกรัมละ 40 บาท
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เรือประมงพื้นบ้านในชุมชนเก้าเส้ง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต้องจอดลอยลำงดทำการประมงชั่วคราว หลังประสบปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งดีเซลและเบนซินปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังหาเติมน้ำมันได้ยาก ทำให้ต้องตัดสินใจจอดเรือเพื่อรอดูสถานการณ์ แม้จะทำให้ต้องขาดรายได้ทันทีแต่ก็ดีกว่าประสบปัญหาขาดทุน เพราะนอกจากราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังประสบปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลมีน้อยซึ่งเป็นช่วงปกติของฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตามเรือบางลำที่ยังออกทำการประมง ก็จำเป็นต้องปรับราคาสินค้าสัตว์น้ำที่หามาได้ เพื่อลดภาระขาดทุนส่งผลทำให้ราคาสินค้าสัตว์น้ำทุกชนิดปรับเพิ่มราคาขึ้นมา ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านที่นี่มักจะหาสัตว์น้ำเองและออกไปขายเอง ทำให้ทั้งตัวชาวประมงและลูกค้าได้สินค้าที่ราคาเป็นธรรม เนื่องจากไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
ชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่ออกเรือทำการประมงวันนี้ ได้สัตว์น้ำมาเพียง 1-2 ครั้ง แต่ปัจจุบันเติมน้ำมันครั้งละ 500 บาท ออกได้ครั้งเดียวก็หมด ในขณะที่วันนี้สินค้าสัตว์น้ำที่ได้มาเล็กน้อย มีมูลค่าประมาณ 700 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่มีกำไร เนื่องจากยังมีภาระเรื่องของน้ำแข็ง รวมถึงค่าแรงอีกด้วย
สำหรับสินค้าสัตว์น้ำ ชาวประมงยังคงขายในราคาเดิม กุ้งแชบ๊วย ราคากิโลกรัมละ 380 บาท ส่วนปลาชนิดต่างๆ อยู่ที่กิโลกรัมละ 100-140 บาท โดยเกรงว่าหากมีการปรับขึ้นราคาก็จะทำให้ลูกค้าซื้อไม่ไหว
ด้านแม่ค้าอาหารทะเลบริเวณตลาดเก้าเส้ง กล่าวว่า ราคาสินค้าสัตว์น้ำนั้นปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 40 บาท ตั้งแต่ช่วงการสู้รบในตะวันออกกลาง ในส่วนของแม่ค้าเองนั้นแม้จะซื้อมาในราคาที่เพิ่มสูงขึ้นแต่สินค้าบางชนิดก็ไม่สามารถปรับเพิ่มราคาขึ้นมาตามภาระต้นทุนเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเล็กน้อยในขณะที่แม่ค้าในตลาดยอมรับราคาสินค้าสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 40 บาท

