หน้าแรก ภูมิภาค ดีเซลปรับขึ้น...

ดีเซลปรับขึ้นแรง 6 บาทต่อลิตร ต้นทุนเกษตรพุ่ง 20 %

26.03.26 | 14:19 น.

ดีเซลปรับพุ่งแรง 6 บาทต่อลิตร ต้นทุนเกษตรพุ่ง 20 % ชาวนาขาดทุนยับ ราคาข้าวตกต่ำสุดขีด

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศการซื้อขายน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชัยนาท หลังจากมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นมาทุกชนิด 6 บาท ซึ่งพบว่าตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ยังคงมีประประชาชนมาต่อคิวรอซื้อน้ำมันกันอย่างคึกคัก แต่ดูปริมาณจะน้อยลงกว่าทุกวัน เพราะหลายคนมองว่าราคาที่ปรับขึ้นล่าสุด แพงมากเกินไป และรอลุ้นว่า ในวันพรุ่งนี้ราคาจะปรับไปในทิศทางใดหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ที่มารอเติมน้ำมันกันวันนี้จะเป็นผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าว รถดินและชาวนาที่ นำน้ำมันดีเซลไปเติมเครื่องสูบน้ำและเครื่องไถนา เพื่อลงมือทำนารอบใหม่ ซึ่งทางปั๊มเองในวันนี้ก็ขายแบบไม่จำกัดปริมาณ

ซึ่งจากผลกระทบของการปรับราคาขึ้นแรงถึง 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวรายหนึ่ง เปิดเผยว่าในอนาคตอาจจะต้องมีการปรับราคาค่าจ้างเกี่ยวข้าวต่อไร่ขึ้นตามสภาวะราคาน้ำมันที่ปัจจุบันรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่จังหวัดชัยนาทรับงานเกี่ยวข้าวกันในราคาไร่ละ 450 บาท ซึ่งเมื่อน้ำมันดีเซลขึ้นแรงขนาดนี้ ในอนาคตคาดว่าจะต้องค่อย ๆ ขยับราคาขึ้นตามไปด้วย เพราะถ้ายังคงราคา 450 บาท/ไร่ ต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะไม่คุ้มทุนซึ่งการปรับราคาขึ้น ก็อาจจะต้องปรับแบบขั้นบันไดสเต็ปละ 20-30 บาท เพราะถ้าขึ้น รวดเดียวไป ถึง 500 บาท ก็เกรงว่าจะกระทบกับ ชาวนาที่ปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำมาก ถ้าคิดต้นทุนทั้งหมดในการทำนา ค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่ารถเกี่ยว แทบจะขาดทุนกันอยู่แล้ว ยิ่งเป็นนาเช่าขาดทุนแน่นอน ดังนั้นจึงค่อยๆขึ้นค่าเกี่ยวข้าว ถ้าขึ้นทีเดียวก้าวกระโดดไม่ได้

วันเดียวกัน นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตรว่า สร้างแรงกระแทกต่อภาคการเกษตรอย่างหนัก ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวม ทั้งค่าน้ำมัน ปุ๋ย สารเคมี และค่าแรง เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% สะท้อนภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับมากขึ้นอย่างชัดเจน

Advertisement

นายเทพ กล่าวยกตัวอย่าง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ที่เดิมมีต้นทุนเฉลี่ยราว 6,000 บาทต่อไร่ ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 20% หากราคาผลผลิตยังทรงตัว จะยิ่งซ้ำเติมให้ขาดทุนหนักขึ้น ขณะเดียวกันค่าครองชีพที่สูงขึ้นยิ่งกดดันให้ชีวิตเกษตรกรติดลบ อีกทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังส่งผลให้พ่อค้ารับซื้อผลผลิตลดลง หลายพื้นที่แทบไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ โดยเฉพาะพืชผักและผลไม้ ยิ่งทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำซ้ำเติมสถานการณ์

“สถานการณ์นี้เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล หากปล่อยยืดเยื้อ อาจทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งต้องเลิกอาชีพและไหลเข้าสู่ภาคแรงงาน”นายเทพกล่าว