หน้าแรก ภูมิภาค สภ.ท่าชนะ แจง...

สภ.ท่าชนะ แจงด้วย เหตุส่งสำนวนคดีปลัดอำเภอ กับพวก ฆ่าคนฝังบ่อดิน ให้อัยการยื่นฟ้องไม่ทัน

26.03.26 | 14:23 น.

สภ.ท่าชนะ แจงด้วย สาเหตุส่งสำนวนคดีปลัดอำเภอ กับพวก ฆ่าคนฝังบ่อดิน ให้อัยการยื่นฟ้องศาลไม่ทัน ยันแจ้งปัญหาให้ลูกผู้ตายทราบแล้ว-เข้มงวดคุ้มครองพยาน ย้ำเดินหน้าเอาผิดอาญากลุ่มผู้ต้องหาถึงที่สุด

จากกรณี น.ส.นรกมล ลูกสาวของนายทรงพล ผู้สียชีวิต ซึ่งถูกนายวีรยุทธ  ปลัดอำเภอท่าชนะ กับพวก รวม 5 คน อุ้มหายไปจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ท่าชนะ ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ก่อนพบศพถูกฝังอยู่ในบ่อทิ้งขยะหลังบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.สมอทอง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2568 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายวีระยุทธ พร้อมพวก รวม 5 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำทรมาน กระทำให้บุคคลสูญหาย รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติอุ้มหายและปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ โดยขออำนาจศาลศาลจังหวัดไชยาฝากขัง ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2568 กระทั่งทั้ง 5 คน ได้รับการปล่อยตัวช่วงเช้าวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทำให้ น.ส.นรกมล รู้สึกว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ นายทรงพล สุวรรณพงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาชี้แจงสาเหตุส่งสำนวนคืนพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากทำไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม จากการตรวจสอบพบว่า สภ.ท่าชนะ โดย พ.ต.อ.สนั่น ศรีสุวรรณโน ผกก.สภ.ท่าชนะ ออกเอกสารชี้แจงกรณีไม่สามารถส่งสำนวนคดีอาญาให้พนักงานอัยการทุจริตภาค 8 เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในเวลา 84 วัน ทำให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย โดยไม่มีเงื่อนไข โดยระบุดังนี้

สภ.ท่าชนะ ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ในการทำสำนวนสอบสวนคดีดังกล่าว จะต้องมีสำนวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 สำนวน คือ

  • สำนวนคดีอาญาที่ดำเนินคดีกับนายวีรยุทธ กับพวก รวม 5 คน (คดีหลัก)
  • สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้ตาย (นายทรงพล)
  • รายงานการไต่สวนการตายของนายทรงพล จากศาลจังหวัดไชยา เพื่อจะยื่นต่ออัยการสูงสุด พิจารณาสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา (ความเห็นทางคดี)

แต่ในกรณีดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 และส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการจังหวัดไชยา เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 ทางพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอไต่สวนการตาย โดยศาลจังหวัดไชยานัดไต่สวนในวันที่ 18 พ.ค.2569 ในส่วนสำนวนคดีอาญาพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนเสร็จสิ้น

Advertisement

ต่อมา พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจังหวัดไชยา ได้พิจารณาเห็นว่าจะต้องส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา จึงได้เสนอสำนวนไปตามลำดับชั้น จนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาแล้ว คดีนี้จะต้องรอผลการไต่สวนการตายจากศาลจังหวัดไชยา เพื่อนำผลการไต่สวนของศาลมารวมกับคดีอาญาหลัก และคดีสำนวนชันสูตร รวม 3 สำนวน ทางอัยการสูงสุดจึงสามารถทำความเห็นทางคดีได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้พิจารณาคืนสำนวนมา เพื่อรอสำนวนการไต่สวนการตายจากศาลจังหวัดไชยาก่อน เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว จึงสามารถส่งสำนวนไปตามลำดับชั้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป

อนึ่ง ในการดำเนินการสอบสวนคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้แจ้งความคืบหน้าให้ น.ส.นรกมล ผู้กล่าวหาทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวและปัญหาอุปสรรคแล้ว เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้เสียหายหรือพยานในคดีนี้ เบื้องต้นได้ดำเนินการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองพยานไว้อยู่ก่อนแล้ว ปัจจุบันได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองพยาน และสำหรับข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหานั้น ยังจะต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด