หน้าแรก ภูมิภาค แม่เหยื่อสูญเ...

แม่เหยื่อสูญเสีย 3 ชีวิต เผยสตง.ชวนทำบุญครบ1ปี ที่เกิดเหตุตึกถล่ม ลั่นไม่ไป-ยังสะเทือนใจ

26.03.26 | 15:59 น.
สตง.

แม่เหยื่อสูญเสีย 3 ชีวิต เผย สตง.ชวนทำบุญครบ1ปี ที่เกิดเหตุตึกถล่ม ลั่นไม่ไป-ยังสะเทือนใจ น้ำมันหาเติมลำบาก ยังคิดถึงตลอดทุกลมหายใจ บางครั้งก็แอบร้องไห้ด้วยความคิดถึง

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านหลังหนึ่ง ใน จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นบ้านของ นางบุญสวน อายุ 71 ปี ที่สูญเสีย นางสาวจินตหลา อายุ 37 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของบ้านที่เป็นคนไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว พร้อมกับ นายวิรัลพรัช อายุ 45 ปี ลูกเขย และ นายอมรเทพ อายุ 21 ปี หลานชายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กหลังจากพ่อและแม่เสียชีวิต

อ่านข่าวแม่เหยื่อตึก สตง.ถล่ม สูญเสีย 3 สมาชิกในครอบครัว พร้อมกัน พ้อยังใจหาย-คิดถึงอยู่ตลอด 

โดยเมื่อปี 2568 ทั้ง 3 คน ทำงานก่อสร้างตึกของ สำนักงานสรรพากร และได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวจนทำให้ตึกดังกล่าว ถล่มลงมาทับร่างของ 3 ชีวิตไปพร้อมกับเพื่อนคนงานอีกหลายสิบชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และก็จะครบ 1 ปี ของการเกิดเหตุแผ่นดินไหวและตึกถล่ม แต่บาดแผลในใจของ นางบุญสวน พลเดช ก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ทุกลมหายใจ เมื่อมองเห็นภาพของ 3 ชีวิตที่จากไป ซึ่งไม่มีสิ่งใดที่จะมาทดแทนความรู้สึกนี้ได้

นางบุญสวน กล่าวว่า วันนั้นได้โทรศัพท์คุยกันกับลูกสาว คือ จินตหลา ซึ่งได้ถามข่าวแม่ว่า วันนี้แม่กินข้าวแล้วหรือยัง กินข้าวกับอาหารอะไร ลูก 2 คน คือ น้องหญิง นักเรียน ป.3 และ น้องไนท์ นักเรียนอนุบาล ว่าไปโรงเรียนหรือไม่ ร้องไห้ไหม เป็นคำถามจากปลายสายที่ได้ยินครั้งสุดท้ายมาถึงแม่ ที่ทุกวันนี้ คำพูดสุดท้ายเหล่านี้ก็ยังดังก้องอยู่ในหูของแม่เสมอมา หลังจากวางสายโทรศัพท์ได้ไม่นาน ลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกว่า เกิดแผ่นดินไหว ตึกที่น้องสาว น้องเขยและหลานชายไปทำงานถล่ม พอรับรู้เหตุการณ์ ตัวเองทำอะไรไม่ถูกเลย ไปไหนไม่เป็น งงไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปหาใคร ได้แต่เฝ้าฟังข่าวจากทางทีวีอยู่กับหลาน ก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ ทั้ง 3 ชีวิตเป็นอะไรเลย แต่แล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ไม่มีจริง สุดท้ายก็ได้เพียงร่างไร้วิญญาณกลับมา ประกอบพิธีฌาปนกิจศพที่บ้าน

Advertisement

นางบุญสวน กล่าวว่า ทุกวันนี้ เงินส่วนหนึ่งที่ได้ทดแทนการสูญเสียลูกสาวไป ได้นำมาใช้ หนี้ ธนาคาร ธกส.ส่วนหนึ่งนำมาปรับปรุงบ้านที่เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของลูกสาวที่จะทำบ้านให้แล้วเสร็จ แต่ก็มาเสียชีวิตก่อน ไม่ได้ทำจึงนำไปซื้อวัสดุอุปกรณ์มาให้ นายทองอินทร์ ลูกชายที่เป็นช่างมาช่วยทำให้ ส่วนหนึ่งซื้อของมาเปิดเป็น ร้านขายของชำ ต่าง ๆ รวมทั้ง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว อาชีพเก่าที่เคยทำขายมาตั้งแต่ราคาถ้วยละ 5 บาท ตอนนี้ขายชามละ 40 บาท ในแต่ละวันก็จะมีลูกค้ามาอุดหนุนพอสมควร มีรายได้อยู่ประมาณ 700-1,000 บาท ทำให้ชีวิตบางครั้งก็ลืมเหตุการณ์ไปได้บ้าง และยังพอได้เป็นทุนให้กับ หลาน ๆ อีก 2 ชีวิต

นางบุญสวน กล่าวว่า ลูกของลูกสาว คือ น้องหญิง หลานสาวและน้องไนท์หลานชาย ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ ป.4 และ อนุบาล ที่ต้องคอยดูแลแทนพ่อแม่ของเขา นอกจากนั้น ทั้ง 2 คน ก็ยังมีเงินส่วนหนึ่งที่ได้ จากพ่อของเขา แม่ของเขาที่ ได้รับการจัดสรรส่วนของลูกได้นำเข้าบัญชีธนาคาร ฝากไว้เป็นทุนให้ ทั้งคู่ได้ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนต่อไป แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีความเป็นห่วง หลานทั้งสองคน เพราะถ้าคนอื่นจะมาดูแลคิดว่าจะไม่เหมือนที่ตนเองดูแล

นางบุญสวน กล่าวว่า ทุกวันนี้ที่ยังเหลือไว้ให้แลเห็น ก็จะมี รูปถ่ายของทั้ง 3 คน ที่ไปเปิดตู้ดูครั้งใดก็อดที่น้ำตาจะไหลไม่ได้ ความคิดถึงแม้ว่าจะผ่านมาเป็นปีแล้ว แต่ความคิดถึงยังมีอยู่ตลอดทุกลมหายใจ ในความรู้สึกลืมไม่ได้ บางครั้งก็แอบร้องไห้ บางครั้งคิดมากจนลืม แม้ทำกับข้าว วันนั้นทำซุปมะเขือเสร็จแล้วยังไม่ได้กินเอาล้างทิ้ง คิดมากทำให้หลงลืม แม้แต่พ่อแม่เราที่เสียชีวิตไปแล้ว เราก็ยังไม่ลืม แต่นี่ลูกที่เราเลี้ยงมาคิดว่า จะเป็นคนที่ดูแลเรา เรากลับได้เผาร่างของเขา จากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้อดคิดไม่ได้ อะไรที่เป็นของลูกสาว ลูกเขย และหลานชาย ที่เก็บมา หลังจากที่เสียชีวิตแล้วได้นำเก็บมาไว้ดูต่าง ๆ เช่น เครื่องมือช่างหลายรายการ เสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า ตนเองได้นำกลับมาซัก มาเก็บไว้

นางบุญสวน กล่าวว่า บางครั้งก็มีความรู้สึกเหมือนว่า ลูกสาว ลูกเขยและหลานชาย จะกลับมาใส่ ซึ่งเหมือนเขาจะกลับมาใส่เสื้อผ้า เหล่านี้อยู่ในความรู้สึกเสมอ เป็นคำบอกเล่าถึงความรู้ ที่พูดไป บางครั้งน้ำเสียงขาดหายไปเหมือนมีอะไรมาจุกในลำคอ น้ำตาที่คลอเบ้าเหมือนจะรินไหลอยู่ตลอดเวลา ของคำบอกเล่า แม้ภาพรอยยิ้มฝืน ๆ แทรกมาบ้างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ในหัวใจ บ่อย ๆ ครั้งก็ยังแลเห็น สายลมแห่งความเหงา ว้าเหว่ ที่พัดผ่านความรู้สึกไม่ให้จางหาย เมื่อกล่าวถึงความรู้สึกนี้คราใด มันก็ยังจุกอกแน่นในหัวอก ของผู้เป็นแม่ตลอดกาล

นางบุญสวน กล่าวว่า นอกจากนั้น ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 นี้จะครบรอบ 1 ปี ของเหตุการณ์ แผ่นดินไหวตึกของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม นั้น ลูกชายคนโต ที่อยู่จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประสานงาน จาก ทางเจ้าหน้าที่มาว่า จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลถึงผู้เสียชีวิตที่ บริเวณที่เกิดเหตุตึกถล่ม ที่ กรุงเทพมหานคร ทางญาติ โดยเฉพาะแม่ จะไปร่วมงานหรือไม่ ถ้าไปลูกชายก็พร้อมที่จะพาไป เมื่อปรึกษากันแล้วกับลูกๆ ไม่อยากเห็น มันสะเทือนใจ อีกอย่างทั้งในช่วงนี้น้ำมันไม่มีหาเติมลำบาก จึงจะทำเปลี่ยน เป็นการพากันทำข้าวหม้อแกงหม้อ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ที่วัดภายในหมู่บ้าน และก่อนนี้ได้ตั้งกองบุญกฐิน ให้กับทั้ง 3 คน และสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว ในวันดังกล่าวคงจะไปทำบุญตามประเพณีง่าย ๆ ที่วัดในหมู่บ้าน