กังหันลมเขายายเที่ยง โคราช เงียบเหงา ! น้ำมันแพง นนท.ลดฮวบ แม่ค้าพ่อค้าบ่นอุบ ขายของไม่ได้
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นสูงคราวเดียว ถึงลิตรละ 6 บาท สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง และกระทบต่อเงินจับจ่ายของประชาชนโดยตรง ทำให้มีกำลังซื้อลดลง และการเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ลดน้อยลงไปด้วย อาทิ แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต “กังหันลมเขายายเที่ยง” ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวร่องลม บนเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ใกล้กับอ่างพักน้ำตอนบน โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

โดยปกติจะมีนักท่องเที่ยว แวะเวียนมาชมทัศนียภาพที่สวยงาม 360 องศาในบริเวณนี้ตลอดทั้งปี เพราะมีกังหันลมยักษ์ อยู่ถึง 14 ต้น เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดหลัก ของ กฟผ. ด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) ในการกักเก็บ และผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ซึ่งล้ำสมัยที่สุดและเป็นแห่งแรกในเอเชีย ทั้งยังเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่นิยมปั่นจักรยานชมวิว , ไหว้พระพุทธสิริสัตตราราช และปลูกป่าลอยฟ้าท่ามกลางต้นไม้ และภูเขาที่สวยงามมากๆ บนเขายายเที่ยง
แต่วันนี้ กลับพบว่า บรรยากาศเงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่คึกคัก โดยนางยงค์ (ขอสงวนนามสกุล) แม่ค้าขายอาหาร และของที่ระลึกรายหนึ่ง กล่าวว่า “ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก แทบจะไม่มีคนขึ้นมาเที่ยวชมเลย

โดยตั้งแต่มีการสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ร้านค้าแต่ละร้านขายของไม่ได้ แล้วยังมาเจอสู้รบในตะวันออกกลางอีก ยิ่งหนักหนาสาหัสเข้าไปใหญ่ อย่างมากที่สุดวันหนึ่งขายของได้ไม่ถึง 200 บาท ต่างจากเมื่อก่อนที่ขายได้หลักพัน มีบางร้านที่ขายของไม่ได้เลย เพราะลูกค้าน้อยมาก ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าต่างๆ ที่ซื้อมา ก็มีราคาแพงทุกอย่าง ยิ่งเป็นของสดที่จะต้องซื้อมาทำอาหารขายในแต่ละวัน ก็ราคาแพงทั้งนั้น มองไม่เห็นกำไร แถมร้านค้าก็ต้องจ่ายค่าเช่า-ค่าภาษี ครั้งละ 300 บาท จ่ายปีละ 2 ครั้ง ลงทุนไปตั้งหลายบาท แต่ยังไม่ทุนคืนมาเลย จะปรับขึ้นราคาสินค้าก็กลัวลูกค้าจะยิ่งไม่กล้าซื้อ เพราะได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน

