หน้าแรก ภูมิภาค ตร.เสื้อขาว ก...

ตร.เสื้อขาว กร่างใส่ชาวบ้าน ช่วยเพื่อนเมาแล้วขับ ผู้การฯศรีสะเกษ ตั้งกก.สอบ จ่อฟันวินัย-สั่งขัง

27.03.26 | 18:09 น.
ตร.

ปชช.อัดคลิปแฉ ตร.เสื้อขาว กร่างใส่ชาวบ้าน ช่วยเพื่อนเมาแล้วขับ ผู้การฯศรีสะเกษ ตั้งกก.สอบ จ่อฟันวินัย-สั่งขัง

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า Siriyakorn Wt ได้มีการโพสต์วิดีโอลงบนโลกออนไลน์ พร้อมข้อความว่า #ชนแล้วหนี #เมาแล้วขับ คู่กรณีมีแค่1คนนะคะ คือคนเสื้อสีกรม กางเกงสีดำแถบขาว สะพายกระเป๋า#ส่วนท่านตำรวจเมืองศรีสะเกษที่ใส่เสื้อสีขาวกางเกงขาสั้นคือเพื่อนของคู่กรณี ***เมาแล้วขับแต่มีแบ็คใหญ่*** รถทางเราคือรถกระบะจอดอยู่เฉยๆนะคะ ถ้าพูดคุยกันดีๆคนเรามันให้อภัยกันได้แต่!!!! มาฟังปากตำรวจเมืองศรีสะเกษกันค่ะ ปล.ท่านตำรวจเสื้อขาว ในคลิปท่านบอกว่าลงคลิปได้นะคะ ซึ่งจากที่มีการลงคลิปดังกล่าวไป ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์จำนวนมาก ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตำรวจรายนี้ และมีการแชร์ต่อๆกันในออนไลน์เป็นจำนวนมาก


จากภาพในวิดีโอ ปรากฏชายสวมเสื้อแขนยาวสีกรม เป็นผู้ขับรถเก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน 7071 ศรีสะเกษ ซึ่งก่อเหตุเฉี่ยวชนรถยนต์ของผู้โพสต์แล้วหลบหนี โดยมีพฤติกรรมพูดจาคล้ายผู้มีอาการมึนเมาสุรา ขณะเดียวกัน ยังปรากฏภาพชายผมเกรียน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว มีโลโก้ ลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งภายหลังทราบว่า เป็นข้าราชการตำรวจสังกัดหน่วยงานหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ได้พยายามเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนของตน และมีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน

โดยชายดังกล่าวพยายามไม่ให้ผู้ขับขี่รถเก๋งส่งบัตรประจำตัวประชาชนให้กับร้อยเวร สภ.เมืองศรีสะเกษ และยังสั่งให้ผู้ก่อเหตุไม่ต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ พร้อมกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า “เอาตัวไปทำอะไร แจ้งข้อหาหรือยัง ไม่ต้องไป นั่งลงตรงนี้”

Advertisement

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าตลาดนัดวันศุกร์ ถนนกวงเฮง อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อค่ำวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยก่อนเกิดเหตุ รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับเฉี่ยวชนรถกระบะของผู้เสียหาย ภายหลัง ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของรถกระบะ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่รถเก๋ง พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่ามีสูงถึง 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงกับนางสาวสิรินดา อายุ 30 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวันที่ 26 มีนาคม 69 ตนจอดรถไว้ข้างถนน เพื่อเตรียมเก็บของที่ขายเสร็จใส่รถกระบะอีซูซุ รุ่น ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน (คันเกิดเหตุ) กลับบ้าน

นางสาวสิรินดากล่าวต่อว่า จังหวะนั้นมีรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ขับมาชนรถกระบะของตน ซึ่งจังหวะนั้นก็เกือบจะชนพ่อของตนด้วย หลังจากที่คู่กรณีชนเสร็จก็ขับรถหนี มีพลเมืองดีขี่บิ๊กไบค์มาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงพาพ่อขับตามรถที่ก่อเหตุคันดังกล่าวตามไป พอไปถึงจุดที่ปรากฏภาพในคลิปตนจึงได้นำโทรศัพท์เพื่อที่จะโทรแจ้งตำรวจ แต่คู่กรณีบอกกับตนว่าอย่าเพิ่งแจ้ง คู่กรณีอ้างว่าเพื่อนเป็นตำรวจเดี๋ยวจะโทรแจ้งเอง ตนจึงบอกกับคู่กรณีไปว่าให้คู่กรณีโทรไปเลย ส่วนตนก็จะโทรตามตำรวจเหมือนกัน

 

นางสาวสิรินดากล่าวต่อว่า พอสักพักผู้ชายที่ใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม ก็มาถึง ตามที่ปรากฏในคลิปจากพฤติกรรมที่เห็นตนจึงได้นำโทรศัพท์มาบันทึกภาพวิดีโอไว้ หลังจากนั้นจึงมีการพูดคุยและถกเถียงกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรตามในคลิป ทั้งนี้คนที่ก่อเหตุขับรถชนที่ใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าคาดที่คอ ส่วนคนที่ใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม เป็นเพียงเพื่อนของผู้ก่อเหตุเท่านั้น และเป็นตำรวจ

นางสาวสิรินดากล่าวต่อว่า ซึ่งวันนี้ตนมาที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี โดยคู่กรณียอมชดใช้และจ่ายค่าเสียหายให้ทั้งหมด ส่วนเรื่องคดีเมาและขับปล่อยให้เป็นไปตามขบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ติดค้างในใจคือ อย่างจะเจอคู่กรณีที่ใส่เสื้อขาวที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ตนอยากเจอหน้าและอยากถามว่าทำไมไม่เข้ามาให้คำแนะนำและพูดคุยกันดีๆ กับประชาชน ทั้งที่เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องของคนเสื้อขาวเลย ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไมไม่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนที่ตนถ่ายคลิปเจอเหตุการณ์แบบนั้นรู้สึกโมโหและตนกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวว่าคู่กรณีจะมีเส้นสายเป็นตำรวจ ตนเป็นแค่ประชาชนธรรมดา

ด้าน พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ขณะนี้ได้ตรวจสอบคลิปเหตุการณ์และพฤติกรรมที่ปรากฏในโลกออนไลน์แล้ว โดยนายตำรวจรายดังกล่าวสังกัดกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคลิปถูกประชาชนบันทึกและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง เบื้องต้นได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการทางวินัย

พล.ต.ต.ศุภชัยกล่าวต่อว่า หากพบว่ามีการประพฤติตนไม่เหมาะสม ทั้งนี้จากการตรวจสอบยืนยันว่า นายตำรวจรายดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด แต่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจ ซึ่งถือเป็นความผิดทางวินัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการลงโทษถึงขั้นสั่งขังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานสำคัญคือคลิปวิดีโอที่ปรากฏอย่างชัดเจนในขณะนี้ จึงมีแนวโน้มว่าจะต้องถูกพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบและขั้นตอนของทางราชการต่อไป