ครบ 1 ปี ตึกสตง.ถล่ม ญาติศพที่ 93 เล่าสุดกังวล รอ 3 เดือน ถึงพบร่าง เผยไม่รู้คดีจะจบอย่างไร
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านในตำบลโนนสะอาด อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พบกับครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งมี ไก่ หรือนางหนูภาส เหมาะเทวัญ อายุ 43 ปี น้องสาวของนายเกียรติศักดิ์ เหมาะเทวัญ พร้อมด้วย นายวันชาติ เหมาะเทวัญ อายุ 53 ปี เป็นพี่คนโตของนายเกียรติศักดิ์ และนางหนูภาส มีพี่น้องร่วมกัน 6 คน ขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ 3 คน และในบ้านหลังดังกล่าวยังมี นายธีระวัฒน์ เหมาะเทวัญ อายุ 21 ปี บุตรชายคนโตของนายเกียรติศักดิ์ กับ นางสาวอรดี เหมาะเทวัญ อายุ 15 ปี ลูกสาวและลูกชาย โดยลูกทั้ง 2 คน ไม่ทราบว่าพ่อไปทำงานที่ตึก สตง. จนมีญาติและได้รับแจ้งจาก นายจ้างว่า นายเกียรติ ยังค้นไม่พบร่าง ขณะเกิดเหตุยังทำงานอยู่ชั้น 33 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า
นางหนูภาส น้องสาวของนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งเสียชีวิตอยู่ในซากตึกชั้น 33 ขณะเกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม จากวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนมาพบร่างเป็นศพสุดท้ายใน 93 ศพ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เผยว่า ตลอดระยะเวลาร่วม 3 เดือน ตนและคนในครอบครัวก็มีความวิตกกังวลตลอดเวลา ว่าจะร่างของพี่ชายในสภาพใด รอแล้วรอเล่าจนมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอว่ากระดูกเชิงกรานของนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งเป็นศพคนสุดท้าย ตรงกับคนในครอบครัว ซึ่งวันนี้กู้ชีพกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เป็นคนประสานกับส่วนกลางในการนำชิ้นส่วนของนายเกียรติศักดิ์ มาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของทุคนในครอบครัว

ในส่วนของสวัสดิการกับการสูญเสียชีวิตของพี่ชาย ทางราชการก็ดำเนินการให้ครบถ้วนตามที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงการต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2569 ทราบจากทนายของรัฐที่ดำเนินการต่อสู้ให้กับผู้สูญเสียชีวิตติดต่อมาว่ากำลังจะนำคดีขึ้นสู่ศาล แต่ว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ขณะที่ตนเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายกับลูกของพี่ชาย 2 คน พร้อมๆ กับลูกของตนอีก 2 คน ในขณะที่พ่อบ้านเป็นฝ่ายต้องแบกรับภาระหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนนายธีวะวัฒน์ ลูกชายคนโตของพี่ชายก็ยังไม่มีงานทำ โดยในเดือนหน้าขอคัดเลือกทหารเกณฑ์ก่อน เมื่อพ้นภาระคัดเลือกทหารเกณฑ์ก็จึงจะหางานทำ ส่วนน้องสาวก็กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 อยู่ ก็เป็นภาระที่ตนต้องดูแลอีกต่อไป
ในขณะที่ นายธีระวัฒน์ เหมาะเทวัญ อายุ 21 ปี และนางสาวอรดี เหมาะเทวัญ อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกของนายเกียรติศักดิ์ เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เล่าว่า ที่ผ่านมาพ่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ คอยอบรมสั่งสอน แต่ด้วยช่วงของวัยยังคะนอง อาจจะใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ไม่เชื่อฟังพ่อเท่าไหร่ แต่ ณ วันนี้ทั้ง 2 คน รู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้ยึดมั่นในคำสั่งสอนของพ่อและอยากจะทำในสิ่งที่พ่อวาดหวังให้เป็นความหวังของพี่ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่
นางสาวอรดีกล่าวบนคราบน้ำตาว่า ลูกเสียใจที่ยังทำความหวัง ความสำเร็จไม่ถึงฝัน แต่พ่อก็มาจากลูกไป หากพ่อรับรู้ ณ เวลานี้ ลูกสาวคนนี้ขอโทษ และจะทำความความสำเร็จในการเรียน การทำงานให้กับ พ่อที่อยู่บนฟ้าได้เห็น ได้รับรู้ว่า ลูกได้ทำในสิ่งที่พ่อปรารถนา อยากให้ลูกเติบใหญ่ เป็นคนดี มีงานทำ

ทางด้านนายวันชาติ เหมาะเทวัญ พี่ชายคนโต ก็ถือได้ว่าชีวิตหักเหในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตที่ถาโถมเข้ามาในวัย 53 ปีเมื่อร่วม 20 ปี ตนใช้ชีวิตกับภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับแม่บ้านที่แม่บ้านมีลูกติดกับภรรยา และลูกเลี้ยงคนนี้ก็ไปทำงานเป็นคนงานกับนายเกียรติศักดิ์ และเสียชีวิตในตึก สตง.เช่นเดียวกัน และนำร่างมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในตำบลโนนสะอาด และได้รับสวัสดิการของรัฐครบถ้วนแล้วเช่นกัน แต่ปัจจุบันตนเองต้องมีเหตุต้องจดทะเบียนหย่ากับแม่บ้านคนปัจจุบัน อันเนื่องมาจากญาติๆ มีมุมมองในทางที่ทำให้ตนเสื่อมเสียจากเหตุของลูกเลี้ยงที่สูญเสียชีวิตไปในช่วงตึก สตง.ถล่ม เมื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลแล้ว ทำให้ตนต้องมาอาศัยน้องสาวที่บ้านเกิด และถือได้ว่าเป็นภาระของน้องสาวต้องดูแลลูกๆ หลานๆ และตนซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่ในขณะนี้ ก็เห็นใจน้องสาวที่ต้องค่อสู้และแบกรับภาระในครอบครัว
ขณะที่ นางหนูภาส น้องสาวของนายเกียรติศักดิ์ เหยื่อตึก สตง.ถล่ม กล่าววิงวอนไปยังผู้มีอำนาจในการดำเนินการต่อสู้คดีของเหยื่อในครั้งนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้ครบรอบการเกิดอุบัติเหตุ และการสูญเสียพี่ชาย รวมถึงคนอื่นๆ อีก รวม 93 ศพ ก็ถือว่าคดีความยังไม่สิ้นสุด ก็ไม่ทราบว่าคดีนี้จะจบยังไง จะเป็นปีที่ 2-3 หรือไม่ ในขณะที่ทายาทของผู้สูญเสียยังมืดมนในการดำรงชีพ ก็อยากวิงวอนและขอความช่วยเหลือด้วย


