ทัวร์เพชรบูรณ์กระอัก! น้ำมันพุ่งทุบเที่ยวทรุด จี้รัฐเร่งอัดฉีด “คนละครึ่ง” ต่อลมหายใจด่วน
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นางสาววรรณิภา เด่นโรจน์มณี นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าของธุรกิจ “อนันต์ทัวร์” หล่มสัก กล่าวว่า วิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจนำเที่ยว ที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จนทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยว อยู่ในภาวะชะลอตัว และสะดุดลงอย่างเห็นได้ชัด
นางสาววรรณิภา กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นเพียง 3 บาท ผู้ประกอบการรถบัส และรถตู้ยังพอประคองตัวได้ เพราะยังอยู่ในกรอบกำไรเดิม แต่เมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้นถึง 6 บาท สถานการณ์เปลี่ยนไปทันที ผู้ประกอบการรถเช่าทุกรายต้องขอปรับราคาขึ้น ส่งผลให้บริษัททัวร์จำเป็นต้องปรับราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวตามไปด้วยเพื่อความอยู่รอด
“ตอนนี้ใช้คำว่าสะดุดได้เลยค่ะ คณะทัวร์ไหนที่รับราคาที่เพิ่มขึ้นได้ก็ไปต่อ แต่ถ้ารับไม่ได้ก็ขอชะลอโปรแกรม เพื่อรอดูสถานการณ์น้ำมัน เพราะบัดเจ็ตสูงขึ้น ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเอง หรือ FIT ยิ่งได้รับผลกระทบหนัก บางรายยอมทิ้งมัดจำโรงแรม เพื่อเลื่อนการเดินทาง เพราะสู้ค่าน้ำมันไม่ไหว” นางสาววรรณิภา กล่าวย้ำ
นายกสมาคมท่องเที่ยวฯ เพชรบูรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ภาพรวมภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จึงอยากให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือโดยด่วน เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวทรุดตัวไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เคยประสบความสำเร็จ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ควรเร่งนำกลับมาใช้โดยเร็ว
นางสาววรรณิภา กล่าวอีกว่า ขณะที่ภาคโรงแรม และที่พักในเพชรบูรณ์ ยังไม่กล้าปรับราคาขึ้น แม้ต้นทุนเพิ่มต่อเนื่อง เพราะเกรงจะยิ่งกระทบกำลังซื้อนักท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น ผู้ประกอบการจึงเลือกตรึงราคา และแบกรับต้นทุนไว้เอง
“ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขยับราคาเลยค่ะ เพราะถ้าขึ้น ลูกค้าจะหายทันที ทั้งที่ต้นทุนเพิ่มหมดแล้ว ก็ต้องยอมแบกไว้ก่อน เพื่อให้ยังพอมีคนมาเที่ยว และอีกทางก็รอดูสถานการณ์ หากสู้ต้นทุนไม่ไหว ค่อยประเมินกันใหม่” นางสาววรรณิภา กล่าวย้ำ

