ไฟป่าแม่ยาง-แม่อางวอดร้อยไร่ ไหม้นาน 3วันยังคุมไม่ได้ จนท.เร่งสกัดลามอช.เขลางค์บรรพต หมอกควันปกคลุม ฝุ่นจิ๋วพุ่งระดับสีแดง
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่จ.ลำปาง สถานการณ์ไฟไหม้ป่าใหญ่ใกล้ตัวเมืองลำปาง บริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยาง – แม่อาง เขตรอยต่อ อ.เมือง และ อ.แม่ทะ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่หลายหน่วย สามารถสกัดแนวไฟไหม้ป่า ไม่ให้ลุกลามเข้ามายังเขตอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต โดยเฉพาะจุดสำคัญ คือ บริเวณเขาดอยพระบาท ในจุดที่มีสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง MCOT HD อสมท. และช่อง ททบ. 5 อยู่ด้านบน ซึ่งถือเป็นจุดไข่แดงของเมืองลำปาง หากเกิดไฟไหม้บริเวณดังกล่าว จะยากแก่การเข้าดับ และส่งผลทำให้ตัวเมืองลำปาง ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นมากทันที
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กว่า 100 นายเร่งสกัดไฟลามเขตจุดสูงสุดของดอยพระบาท พร้อมทำแนวป้องกันไฟ ไม่ให้ลุกลามใกล้จุดไข่แดง ส่วนแนวไฟอีกด้าน เกิดไฟไหม้จากสันเขา ฝั่งอ่างเก็บน้ำวังเฮือ ลามเป็นแนวยาวลงไปยังร่องเขา เขต ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ร่องเขาที่สลับซับซ้อน บางจุดเป็นร่องเขาลึก ยากต่อการเข้าถึง เจ้าหน้าที่ต้องปีนเขาหิน บางจุดเขาสูงชันมากไม่สามารถเข้าถึงได้ นับเป็นสถานการณ์ไฟไหม้ป่าแห่งนี้ เข้าสู่วันที่ 3 แล้วที่ยังดับไฟไม่ได้ โดยมีกลุ่มควันไฟลอยไปทั้งทางเขต อ.เมือง อ.แม่ทะ และ อ.แม่เมาะ

ด้านนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เข้าติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา พร้อมสั่งการร่วมกับศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เพื่อหวังควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว นอกจากนี้ยังพบไฟไหม้ป่าอีกฝั่งเขา ในเขต อ.เมืองลำปาง บริเวณป่าห้วยน้ำขาว เขตชุมชนหัวฝาย ต.กล้วยแพะ ป่าใกล้ชุมชนโทกหัวช้าง และชุมชนหัวทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมเช่นกัน ทั้งนี้ จากเหตุไฟไหม้ป่า พบพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วกว่า 100 ไร่
ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่ร้อนมาก อุณหภูมิกว่า 40 องศาเซลเซียส และมีลมพัด จึงยากแก่การเข้าไปดับไฟ เพราะไฟไหม้จากเศษใบไม้ ใบหญ้าแห้ง บวกลมแรง แนวเพลิงจึงลุกสูง และเป็นอันตรายอย่างมากต่อเจ้าหน้าที่ จึงทำให้ต้องประเมิณสถานการณ์ และแก้ไขปัญหากันแบบนาทีต่อนาที หรือวันต่อวัน

นอกจากนี้ พื้นที่เมืองลำบากเต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ อันเกิดจากการเผาไหม้ ปกคลุมพื้นที่ ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง เกินค่ามาตรฐานในเกณฑ์ที่สูง ติดต่อกันนาน 5 วันแล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของประชาชน ในขณะที่เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่วันละหลายร้อยจุด บางวันเกิดจุดความร้อนเป็นอันดับ 1 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ บางวันลดลง แต่อยู่ในอันดับ 1 – 5 ของภาคเหนือ ทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ระดับสีแดง เกิดขึ้นในพื้นที่ยาวนานนับสัปดาห์

