บริษัทร่อนแถลงการณ์ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้อง-โต้ปมขัดแย้งธุรกิจ คดีหนุ่มถูกยิงดับบน M6 เผย ตร.สอบแล้ว 7 ปาก พ่อเชิญวิญญาณลูกที่จุดเกิดเหตุ
จากกรณีพบร่างนายศุภกร หรือกอล์ฟ อายุ 30 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณด้านหลังและสะโพกหลายแห่ง เสียชีวิตบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ M6 ขาเข้านครราชสีมา ช่วงกิโลเมตรที่ 172 ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ช่วงค่ำของวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ครอบครัวของนายศุภกรเดินทางไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณนายศุภกร ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนนำกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 1 วัดโคกตลาด ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีกำหนดฌาปนกิจในวันพุธที่ 1 เมษายน 2569

นายชินโชติ พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวลูกชายถูกยิงเสียชีวิตรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก เชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากเหตุขับรถปาดหน้ากันจนเกิดความไม่พอใจ ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนใจเย็น ไม่เคยมีปัญหากับใคร พร้อมวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ และขอความเป็นธรรมให้ลูกชายอย่างถึงที่สุด
ด้านคุณเอ ลูกพี่ลูกน้องผู้เสียชีวิต ระบุว่า กรณีข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่าผู้เสียชีวิตมีภรรยาหลายคนนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าผู้ตายมีภรรยาเพียง 1 คน และเป็นคนตั้งใจทำงาน อัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน
ขณะที่บริษัทต้นสังกัดออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานของบริษัท ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้บริหาร จากภาพและข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏชื่อบริษัทบนยานพาหนะอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น ยืนยันว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีข้อขัดแย้งทางธุรกิจตามที่มีการคาดเดา คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอความร่วมมืองดเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

สำหรับความคืบหน้าของคดี พบว่ามีหลักฐานสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งเป็นภาพจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุ และคลิปวงจรปิดมุมสูง พบรถต้องสงสัยเป็นรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับไล่บี้กับรถของผู้ตาย โดยมีรถเก๋งสีแดงขับปาดแซงนำหน้า และพยายามเบรก เพื่อให้รถผู้ตายจอด จากนั้นในเวลาต่อมามีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาเห็นรถ 3 คันจอดอยู่ไหล่ทาง มีการพูดคุยกัน กระทั่งมีผู้พบศพนายศุภกร
ตำรวจ สภ.สูงเนิน ท้องที่เกิดเหตุ ร่วมกับตำรวจสืบสวนภูธรภาค 3 และตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา รวบรวมพยานหลักฐานและต้องติดตามรถต้องสงสัยทั้ง 2 คัน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้แล้ว โดยสอบสวนพยานแวดล้อมไปแล้ว 7 ปาก และเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับคดีต่อไป


