โคม่า! รพ.อุ้มผางวิกฤตหนัก แบกหนี้ 50 ล้าน ผอ.เผยผู้ป่วยแน่น ทั้งยากจน ต้องจ่ายเดือนละ12ล. เหลือเงินแค่ 3 ล้าน
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ของโรงพยาบาลอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ปัจจุบันมีผู้ป่วยทั้งชาวไทย และกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนนับ 100 คน ไปใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ขณะโรงพยาบาลมีภาระใหญ่ เช่น มีหนี้สินทั้งหมด 50 ล้านบาท ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลเดือนละ 12 ล้านบาท ล่าสุด โรงพยาบาลมีเงินเพียง 3 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นโคม่ามาก ทำให้สถานการณ์ปีนี้ถือว่าน่ากังวล เนื่องจากรายได้ของโรงพยาบาลมีจำกัด แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงบุคลากร ค่ายา และต้นทุนพลังงาน ทำให้หลายแห่งเริ่มมีสัญญาณขาดสภาพคล่อง

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง กล่าวว่า โรงพยาบาลอุ้มผางเจอวิกฤติมาหลายสิบปีแล้ว คือ คนในอ.อุ้มผาง มีทั้งคนไทย และกลุ่มชาติพันธุ์มาก โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงทั่วไปมีทั้งสัญชาติไทย และไม่มีสัญชาติไทยทั้งๆที่อยู่ในพื้นที่มานานนับ 100 ปี และมีปัญหาเรื่องเขตแดน และการคลอดบุตร มาจากหมอตำแย ไม่มีการแจ้งเกิด ทำให้อ.อุ้มผาง มีประชาชนกว่า 83,000 คน มีบัตรทองเพียง 28,000 คน ทำให้โรงพยาบาลได้รับงบประมาณน้อยมาก ซึ่งสปสช.จะจ่ายงบประมาณตามระเบียบ เนื่องจาก ข้อจำกัดด้านกฎหมาย แม้จะมีท.99 อีกกว่า 14,000 คนก็ตาม แต่ที่เหลือทั้งหมดเป็นชาวบ้านยากจน ไม่รวมฝั่งเมียนมา ถ้าฝั่งเมียนมามีประมาณ 29,000 กว่าคน จากการสำรวจ มี5,000 กว่าหลังคาเรือน และห่างจาก อ.อุ้มผาง 180 กิโลเมตร ระบบการแพทย์การสาธารณสุขล้าหลังกว่าไทยมากถึง 40 ปี เมื่อไปดูแล้วถ้าไม่ช่วยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคนส่วนมากยากจน ทั้งคนที่มีสัญชาติไทย และไม่มีสัญชาติไทย

“ใน อ.อุ้มผาง ยังมีโรคระบาด เช่น มาลาเรีย แต่ก็ได้รับความเมตตาจากภาคเอกชนช่วยเหลือที่ผ่านมา ซึ่งลดลงไปมาก แต่ก็ยังมีวัณโรค และอหิวาตกโรค ซึ่งหากไม่รักษาจริงๆ ก็จะระบาดไปทั่ว และถ้ารักษาใช้เวลารักษา 6 เดือน เสียเงินค่ารักษา 3,000 – 4,000 บาทต่อ หากปล่อยไปทิ้งไว้ เป็นโรคดื้อยา ต้องใช้เวลาเริ่มต้นในการรักษา 18 เดือน ต้นทุนยาคิดเป็นเงิน 200,000 บาท และหากดื้อยาทุกตัวใช้เวลารักษาตลอดชีวิต เสียค่ารักษานับล้านบาท สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย ติดต่อไปยังคนทุกสัญชาติ” นพ.วรวิทย์ กล่าว


