หน้าแรก ภูมิภาค ชาวมดตะนอย รว...

ชาวมดตะนอย รวมตัวร้องผู้ว่าฯ ขอที่อยู่ใหม่ หลังคลื่นซัดบ้านพัง เป็นคนไร้บ้านนาน 2 ปี

31.03.26 | 15:01 น.

สุดทน! ชาวบ้านมดตะนอยบุกพบผู้ว่าตรัง ขอที่อยู่ใหม่ หลังคลื่นซัดบ้านพังกลายเป็นคนไร้บ้านนาน 2 ปี ขีดเส้น 7 วันหากไม่คืบเดินหน้าปักหลักชุมนุมในป่าเสื่อมโทรม ผู้ว่าฯ รับปากตามเรื่องต่อ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ศาลากลางจังหวัดตรัง กลุ่มชาวบ้านผู้ประสบภัยพายุคลื่นซัดบ้านพังเสียหาย หมู่ 3 บ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ทั้งชาย หญิง คนชรา และเด็กเล็ก ประมาณ 60 คน นำโดย น.ส.อลิษา (สงวนนามสกุล) พร้อมป้ายข้อความสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน และภาพถ่ายสภาพบ้านเรือนที่พังเสียหาย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดหาที่ดิน เพื่อการอยู่อาศัยชั่วคราว ให้กับผู้ประสบภัยพายุคลื่นซัดบ้านพังเสียหาย ทำชาวบ้านกลายเป็นคนไร้บ้าน จำนวน 20 ครัวเรือน รวม 72 คน มานานเกือบ 2 ปีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุและคลื่นลมแรงได้ซัดทำบ้านเรือนของชาวบ้านพังเสียหายมาตั้งแต่วันที่ 17-19 กันยายน 2567 โดยหลังเกิดเหตุ จำนวน 14 ครัวเรือน ไปขออาศัยอยู่บ้านญาติ และอีก 6 ครัวเรือน เช่าบ้านอยู่อาศัย ทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

จากหนังสือเรียกร้องชาวบ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมดตะนอยเป็นชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการยุติการทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลตรัง การอนุรักษ์พะยูน หญ้าทะเล ป่าชายเลน ป่าชายหาด การจัดการขยะทะเล การจัดทำธนาคารปูม้า ตลอดจนการให้ความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และทางราชการในการพัฒนาและอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาโดยตลอด เมื่อเดือนกันยายน 2567 เกิดพายุและคลื่นมรสุมในทะเลตรัง เป็นเหตุให้มีการกัดเซาะที่ดินและทำให้บ้านได้รับความเสียหายพังทั้งหลัง

การสูญเสียที่ดินจึงไม่สามารถก่อสร้างและอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ จำเป็นต้องจัดหาที่ดินใหม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือร้องเรียน และประชุมประสานกับหลายหน่วยงาน รวมทั้งกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

Advertisement

หมู่เกาะลิบงได้เข้าไปรังวัดที่ดินแห่งใหม่ เพื่อเสนอให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราว แต่ผ่านมาเกือบ 2 ปี เรื่องกลับเงียบ จึงเดินทางมาทวงถามความคืบหน้าดังกล่าว โดยให้เวลา 7 วัน แต่หากไม่มีความคืบหน้า ทั้ง 20 ครัวเรือน จะเข้าไปปักหลักชุมนุมในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นที่ดินป่าเสื่อมโทรม ที่อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ก่อนถึงหมู่บ้าน โดยประกาศจะปักหลักในพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าจะได้ข้อยุติ

ด้านนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้พยายามติดตามความคืบหน้า ในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านตลอดเวลา แต่ปัญหาที่พบคือ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การทำงานจึงไม่ต่อเนื่อง ก็จะติดตามให้ต่อไป

โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เข้าไปตรวจสอบยืนยันจำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อนที่ชัดเจนอีกครั้ง และจะประสานที่ยังหน่วยงานอื่นๆ เช่น ส.ป.ก. ว่าจะพอมีที่ทางตรงไหนที่พอจะให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัยบ้าง แต่ทั้งนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการหาที่อยู่ใหม่ให้ชาวบ้านแล้วเสร็จทันก่อนฤดูมรสุมใหม่จะมาถึงหรือไม่

ด้านนางสาวเกวลิน (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านผู้เดือดร้อน กล่าวว่า ครอบครัวตนมีทั้งหมด 4 คน หลังเกิดเหตุต้องไปขอพักอาศัยอยู่บ้านญาติ ซึ่งเขาก็อยู่กัน 4 คน รวมเป็น 8 คน แต่อยู่มานานมากเกือบ 2 ปีแล้ว ก็รู้สึกเกรงใจมาก และเจ้าของบ้านก็คงอึดอัด จะเข้าห้องน้ำห้องท่าก็ลำบาก อยากให้ทางจังหวัดเร่งช่วยเหลือหาที่อยู่ใหม่ให้โดยเร็ว เพราะลำบากสุดๆ อยู่กันแออัด อยู่นานเกินเจ้าบ้านก็ลำบากใจ ส่วนบ้านเดิมซ่อมไม่ได้แล้ว เพราะคลื่นซัดจนกลายเป็นชายหาดไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่ไปอยู่อาศัยบ้านญาติก็ลำบากเช่นเดียวกัน ส่วนคนที่ไปเช่าบ้านอยู่ก็ไม่มีจ่ายค่าเช่า ต้องค้างค่าเช่า ลำบากกันมาก