เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม จากกรณีเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องในพื้น จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และห้วง 10 วันเข้าสู่เดือนรอมฎอน มีสถิติการก่อเหตุรุนแรงสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นรายวัน โดยที่ จ.ปัตตานี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี มีคำสั่งให้กำลัง 3 ฝ่าย เปิดใช้แผนพิทักษ์เฝ้าระวังป้องกันกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาแฝงตัวก่อเหตุสร้างสถานการณ์ต่างๆ เน้นชุมชนเมือง ย่านเศรษฐกิจและสถานที่ราชการ มีการนำเครื่องตรวจวัตถุและกล้องเก็บหลักฐานบัตรประชาชนทุกคนที่เข้ามาติดต่อราชการ นอกจากนี้ มีการนำย้ำให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นลงพื้นที่ตรวจตรา ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ และกำชับแผนการปฏิบัติตามให้เป็นแบบรายวัน ทั้งนี้ เพื่อให้รู้เท่าทันต่อรายงานข่าวแจ้งเตือนและความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม
ขณะที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคงทางทหาร จัดทำรายงานสถิติการก่อเหตุช่วงก่อนเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของชาวไทยมุสลิม เพื่อยื่นเสนอให้กับ พล.ท.ปิยวัฒน์ ภาควานิช แม่ทำภาคที่ 4 นำไปประมวลเป็นข้อมูลการวิเคราะห์กำหนดเป็นแผนการปฏิบัติร่วมกันของกำลังร่วม 3 ฝ่าย แบ่งเป็นห้วงก่อนเดือนรอมฎอน 15 วัน ระหว่างเดือนรอมฎอนประมาณ 30 วัน และหลังเดือนรอมฎอน 15 วัน โดยข้อมูลย้อนหลังไป 3 ปี ประกอบด้วยการก่อเหตุช่วงเดือนรอมฎอน ปี 2557 มีการก่อเหตุ 84 ครั้ง ปี 2558 ก่อเหตุ 79 ครั้ง ปี 2559 ก่อเหตุ 59 ครั้ง ซึ่งรายงานเทียบจากสถิติ 3 ปีย้อนหลังดังกล่าว พบว่าห้วงก่อนและหลังเดือนรอมฎอน 15 วัน มีสถิติเหตุรุนแรงใกล้เคียงกัน และเป็นระดับความรุนแรงที่ไม่แตกต่างจากห้วงเวลาอื่นในรอบปี
พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การใช้มาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเดือนรอมฎอน นอกเหนือกำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จะเป็นกำลังหลักแล้วยังมีกำลังภาคประชาชนเข้ามาเป็นส่วนกำหนดบทบาทของการเฝ้าระวังป้องกันชุมชนหมู่บ้านของตนเองมากขึ้น ส่วนระหว่างเดือนรอมฎอนที่มีรายงานยังพบความพยายามก่อเหตุรุนแรงระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับในห้วงเวลาอื่นของปี โดยเฉพาะในห้วง 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอน มักพบความถี่ในการก่อเหตุความรุนแรงมากกว่าห้วงเวลาอื่นของเดือน จึงมีการแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมการเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ตามที่มีการซักซ้อมแผนอย่างเคร่งครัด

