หน้าแรก ภูมิภาค สาว18 โวยปลัด...

สาว18 โวยปลัด อบต.บีบก้นขณะมอบรางวัลกีฬา กลางสายตาปชช. ปลัดโต้ไม่ได้ทำ เชื่อถูกกลั่นแกล้ง

1.04.26 | 14:44 น.

สาว18 โวยปลัด อบต.บีบก้นขณะมอบรางวัลกีฬา กลางสายตาปชช. ปลัดโต้ไม่ได้ทำ เชื่อถูกกลั่นแกล้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เมษายน ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมหลังจากโดนปลัด อบต.แห่งหนึ่งใน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มอบถ้วยรางวัลกีฬาวอลเลย์บอล เสร็จแล้วได้ฉวยโอกาสจับและบีบก้นต่อหน้าธารกำนัล พอโดนนักกีฬาโห่ยังอ้างว่าหยอก เพราะเป็นญาติกัน สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก จึงได้ไปแจ้งความที่โรงพักหนองหาน แต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เหตุเกิดในงานกีฬา อบต. วันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา


น.ส.เอ อายุ 18 ปี เล่าว่า ตนเรียนอยู่ชั้น ม.6 และเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียนด้วย ต่อมา อบต.ได้จัดแข่งขันกีฬา อบต. ตนเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของหมู่บ้าน ได้นำทีมเข้าแข่งขัน ได้อันดับที่ 1 คณะกรรมการได้ประกาศผู้ที่ชนะ อันดับ 3, 2, 1 ขึ้นรับรางวัล ตนก็ได้พาทีมขึ้นรับรางวัล โดยมีปลัด อบต.เป็นผู้มอบรางวัล พอถ่ายรูปเสร็จแล้ว ตนได้หันไปทางซ้ายจะเดินลงจากแท่นรับรางวัลไปทางอันดับ 3 เป็นจังหวะที่ปลัดเอามือซ้ายมาจับก้นตน แล้วขย้ำไปสองครั้ง นักกีฬาที่เห็นเขาก็โห่ แล้วร้องถามว่า “ทำอะไร ทำไมทำอย่างนี้” ปลัดก็อ้างว่าหยอกๆ เป็นหลานกัน ทั้งที่ตนไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และไม่รู้ว่าเป็นปลัด เพราะว่าใส่ชุดลำลอง หลังจากเกิดเรื่องตนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ ถึงได้รู้ว่าเป็นปลัด เขาไม่ติดต่อมา ไม่มีคำขอโทษ

“รู้สึกอายและเสียใจ พอรู้ว่าเป็นปลัดเป็นคนใหญ่คนโตก็กังวล เพราะเราเป็นเด็ก จะเอาเรื่องถึงที่สุดไหม กลัวคนมากมายไม่รู้ว่าเขาจะคิดกับหนูอย่างไร เขาคิดว่าตนเป็นคนขายตัวหรือบริการหรือเปล่า พอโดนตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะต้องไปทำร้ายอะไรเขา มันรู้สึกตกใจ พอโดนก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก หลังจากนั้นเขาก็เดินหนีไปเลย ไม่มีการเจอหน้า ไม่มีการติดต่ออะไรเลย ที่มาร้องศูนย์ดำรงธรรมวันนี้เพื่ออยากได้ความเป็นธรรมให้ตัวเอง และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ปลัดออกจากข้าราชการ เพราะว่ามันไม่ปลอดภัย กลัวว่าจะไปทำกับคนอื่น คนแบบนี้ไม่ต้องช่วย เขาทำเองก็ออกมารับหน้าด้วยตัวเอง”

Advertisement

ส่วนนายสาจิต จันทรศิริ ท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ทราบเรื่องแล้ว ต้องให้นายก อบต.ที่ปลัดสังกัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าจริงใครเป็นคนกระทำผิดเบื้องต้นก่อน ส่วนการสอบวินัยก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรม หากการตรวจสอบว่ามีมูล ก็จะไปสู่ขบวนการสอบวินัยต่อไป ส่วนการไปจับก้นสุภาพสตรี ต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงว่าผิดร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง เรื่องการไปจับก้นจริงก็เป็นลักษณะคุกคามทางเพศ เปรียบกับคุกคามทางเพศของเพื่อนร่วมงาน มันอยู่ระดับไม่ร้ายแรง

“กรณีที่ไปล่วงละเมิดคุกคามทางเพศกับประชาชน มันต้องดูกาลเทศะด้วยว่าไปกระทำในที่รโหฐาน หรือต่อหน้าธารกำนัล ความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้น เข้าข่ายระเบียบวินัยร้ายแรงขึ้นมาได้ ต้องดูสถานะต่างๆ ถ้าอ้างว่าเป็นการหยอกกับประชาชน ต้องดูสนิทกันพอสมควรในระดับหนึ่ง ต้องดูข้อเท็จจริง คนที่ถูกจับก้นต้องมีความสนิทชิดเชื้อ มีการกระทำในลักษณะนี้หรือไม่ ถ้ามีก็เป็นเรื่องปกติระหว่างผู้ที่ถูกหยอกกัน แต่ว่าทำต่อหน้าธารกำนัลมันอาจจะไม่เหมาะสม ต้องไปดูความสนิท พฤติการณ์ว่ามีการหยอกล้อในลักษณะนี้หรือไม่”

กรณีน้องเอที่โดนจับก้น และเจ้าหน้าที่ที่โดนเตะเก้าอี้ใส่ ต้องมาร้องในจังหวัดเพราะกลัวว่าการสอบข้อเท็จจริงในระดับ อบต.กลัวว่าจะไม่เป็นธรรม กลัวจะให้การช่วยเหลือกัน เพราะปลัดคนนี้ก็อาวุโส ซีสูง เป็นกรรมการจังหวัดด้วย กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายสาจิต ท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี ชี้แจงว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ มันก็ต้องให้ความมั่นใจกับตัวองค์กรก่อน หากผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จะมีลักษณะการร้องคัดค้านกรรมการขอเปลี่ยนตัวได้ ส่วนปลัดถือปืนใน อบต.ก็ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและผิดวินัย พฤติการณ์เอามาข่มขู่หรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริง อย่าเพิ่งไปฟันธง อาจเป็นญาติพี่น้องกัน เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่เป็นญาติอาจะเป็นเพื่อนสนิทกัน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ถึงปลัด อบต.ที่โดนกล่าวหาว่าบีบก้นนักกีฬาสาว 18 เพื่อให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ปลัดกล่าวว่า ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ โดยปลัดเล่าว่า เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวหา ในความเป็นจริงคือ นายกกับตน ระหองระแหงกันมานานแล้ว ในความเป็นจริงเดือนนี้ตนจะไปขอประจำกองอยู่แล้ว เพราะทำงานด้วยกันไม่ได้ เขาทำผิดหลายอย่าง พาไปใช้จ่ายเงินสะสมโดยที่หลายๆ อย่างคือไม่ผ่านสภาก็มี บางอย่างก็บังคับลูกน้อง ซึ่งพวกตนก็อึดอัด และเกลียดตนเป็นการส่วนตัวนิดนึง

“วันที่มอบถ้วยรางวัลให้เด็กน้อย คนนี้เป็นคนร่างสูงใหญ่ ตนเกิดมาก็ไม่เคยเจอแกหรอก การมอบถ้วยรางวัลที่ 1 มันก็แค่ 30 วินาที กำลังจะยื่นมือมอบถ้วยให้เด็ก แต่เด็กย่อตัวลงนั่ง หัวเข่าเด็กจะมาชนท้องตน จึงเอามือข้างหนึ่งบังไว้ แล้วน้องเขาก็พลิกขามาตนจึงเป็นคนจับขาน้อง เขาก็เลยเอาเรื่องนี้ไปร้อง ที่สำคัญเด็กคนนี้เป็นลูกหลานผู้ใหญ่บ้านและประธานสภาที่ไม่ชอบหน้าผม ตอนนี้เขาแจ้งความแล้ว ก็ไปว่ากันที่ศาล มันเป็นแค่อุบัติเหตุ เพราะเราเป็นคนมอบแค่ 30 วินาที ตนจะทำอะไรได้ ผมก็ยื่นให้แค่นั้น ถ่ายรูปเสร็จ ก็เดินออกมา”

ส่วนเรื่องมีการมึนเมาสุราแล้วไปเตะเก้าอี้เจ้าหน้าที่ อบต.เป็นช่วงพิธีจะปิด มีเด็กนั่งดื่มเหล้าที่กองอำนวยการ ตนจึงไปถามว่าไปทำอะไรที่นี่ ผมเอาเท้าไปแตะสองคนนั้น และเอาไปแตะเก้าอี้ อย่ามานั่งกินเหล้าไปเข้าแถวกับเพื่อน เขาเลยโกรธ เพราะเขาเป็นลูกหลานเมียนายก ตนเดินไปธรรมชาติ เห็นกินเหล้าก็ด่า ไล่ให้ไปเข้าแถว เขาจึงหาเรื่องตน ตนไม่ได้กินเพราะเป็นโรคบ้านหมุน ตนกินไม่ได้ กลางวันมีแดดกินเหล้าไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ได้ดื่มและไม่เมาตามที่กล่าวหา ส่วนเรื่องท้องถิ่นให้ย้ายไปช่วยราชการ ซึ่งตนจะเข้าไปรับทราบ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันที่ศาล