เจ้าหน้าที่ยึดปืนเอ็ม 16 ก่อเหตุยิง ส.ส.กมลศักดิ์ 2 กระบอก พร้อมเก็บชิ้นส่วนซากรถที่ก่อเหตุถูกชำแหละไปตรวจสอบ
จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถกระบะ สีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม16 ยิงถล่มใส่รถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาชาติ เขต 5 จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถยนต์เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ เหตุเกิดหน้าบ้านพักใน ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือนายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นคนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้ที่ตำรวจติดตาม ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนำไปสู่การออกหมายจับ พ.ร.ก.ฉุนเฉิน จำนวน 4 คน 1.นายสมพร อายุ 57 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธิน 2.นายยศกร อายุ 23 ปี บุตรชายนายสมพร 3.นายอาลาวี อายุ 24 ปี และ 4.นายธนภัทร อายุ 41 ปี โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสมพรและนายยศกรได้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ส่วนนายอาลาวีและนายธนภัทรอยู่ในระหว่างการหลบหนีนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 เมษายน ชุดคลี่คลายคดีสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ชุด EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บริเวณอู่ที่มีลักษณะคล้ายโกดังแห่งหนึ่งที่ปลูกสร้างริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา รวมทั้งริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา ซึ่งห่างจากอู่ดังกล่าวประมาณ 100 เมตร ภายในหมู่ 4 บ้านบาวง ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่าเป็นจุดชำแหละชิ้นส่วนรถกระบะ 4 ประตูที่คนร้ายใช้ก่อหตุยิงนายกมลศักดิ์
เมื่อถึงที่หมายพบว่าอู่หรือลักษณะคล้ายโกดังดังกล่าว มีซากชิ้นส่วนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ถูกแยกชิ้นส่วนวางอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบซากชิ้นส่วนของรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ที่มีลักษณะตรงกับภาพวงจรปิด ถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนวางอยู่ แต่ไม่พบแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมขนย้ายไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่ติดตามบริเวณต่างๆ ของตัวถังรถกระบะ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุ

นอกจากนี้ บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนเล็กๆ ของรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง และได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนของรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหรือไม่อย่างไร
ด้านแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคงที่ติดตามความเคลื่อนไหวและมีส่วนร่วมเป็นชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า การควบคุมตัวนายสมพรและนายยศกรเมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบขยายผลที่ศูนย์ซักถามแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาสนั้น นายสมพรยังให้การปฏิเสธ ส่วนนายยศกรให้การปฏิเสธร่วมก่อเหตุเช่นกัน แต่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งตัวบุคคลที่เดินทางไปมาหาสู่กับบิดา ก่อนจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยรายชื่อตามคำบอกเล่าของนายยศกร จนนำไปสู่การตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 2 กระบอก รวมไปถึงสถานที่ชำแหละรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ
ส่วนบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยึดอาวุธปืนและสถานที่ชำแหละชิ้นส่วนรถกระบะ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลทุกคน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด หากมีความชัดเจนและผลตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ออกมา จะทำการแถลงข่าวอีกครั้ง


