เชียงรายตบรางวัลนำจับมือเผาป่า พร้อมเงินช่วยเหลือจนท.ประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงราย เพื่อพิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าและเงินรางวัลนำจับผู้กระทำผิดเผาป่า ครั้งที่ 2/2569 ตามมาตรการเข้มข้นเพื่อรักษาผืนป่าและอากาศบริสุทธิ์ของจังหวัดเชียงราย

ที่ประชุมได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการลาดตระเวนไฟป่า กรณี นายอาโช้ อายีกู่ ประสบอุบัติเหตุลื่นตกเขา ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ป่าบ้านปางน้ำฮ้าย อ.แม่สรวย กระดูกต้นแขนหัก เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ยังอนุมัติเยียวยา 1,000 บาท ให้นายอินทอน วงศ์วุฒิ ผู้ใหญ่บ้าน ประสบอุบัติเหตุรถล้มขณะลาดตระเวนในพื้นที่ อ.พาน เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569
นายประเสริฐ กล่าวว่า กองทุนฯ ได้อนุมัติเงินรางวัลนำจับและเงินแจ้งเบาะแสคนที่ลักลอบเผา ฝ่าฝืนประกาศของจังหวัดเชียงรายห้ามเผาทุกประเภทแล้ว 3 ราย โดยที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย เจ้าหน้าที่จับกุมเจ้าของบ้านลักลอบเผาหญ้าในที่โล่งแจ้ง ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข เหตุเกิด 30 มีนาคม 2569 อนุมัติเงินนำจับ 3,000 บาท และเงินแจ้งเบาะแส 1,000 บาท

ที่อำเภอเวียงป่าเป้า จับกุมชายวัย 41 ปี ลักลอบเข้าป่าอุทยานแห่งชาติขุนแจ และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปูนน้อย ป่าแม่ปูนหลวง ป่าห้วยโป้งเหม็น เจ้าหน้าที่ซุ่มจับพร้อมอาวุธปืนและอุปกรณ์เสพยา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 อนุมัติเงินนำจับ 5,000 บาท และเงินแจ้งเบาะแส 3,000 บาท และคดีอื่นๆ รวมคดีเผาป่าที่ อ.เวียงป่าเป้า ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่าจุดไฟพักแรมแล้วลุกลามคุมไม่ได้ อนุมัติเงินรางวัลรวม 8,000 บาท เมื่อวันที่ 7 นาคม 2569
และเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่จับกุมตัวชายวัย 52 ปี ลักลอบเผาป่าในพื้นที่ป่าห้วยแม่หางน้อย ทิศตะวันตกบ้านทุ่งยาว อ.เวียงป่าเป้า แจ้งข้อกล่าวหา แผ้วถาง เผาป่าทำลายป่าหรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าจึงอนุมัติเงินนำจับ 5,000 บาท และเงินแจ้งเบาะแส 3,000 บาท
ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (สสจ.เชียงราย) บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยบริการสาธารณสุข รพ.สต.ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เดินหน้ามาตรการเชิงรุก ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สามารถเข้าถึงและดูแลกลุ่มเสี่ยงแล้ว 177,528 ราย จากเป้าหมาย 319,334 ราย คิดเป็นร้อยละ 56

