เรือประมงสงขลาไร้ความหวังงดออกจากฝั่งกว่า 200 ลำ ลังเลใช้ดีเซล B20 แทนน้ำมันเขียว ยังเจอสัตว์น้ำถูกโรงงานกดราคา
เมื่อวันที่ 3 เมษายน สถานการณ์ราคาน้ำมันทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งภาคการขนส่ง รวมถึงผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ พบว่า ที่ท่าเทียบเรือประมงหลายจุดในจังหวัดสงขลา เรือประมงจอดลอยลำกว่า 200 ลำ ต่างประสบปัญหาราคาน้ำมันเขียวปรับเพิ่มขึ้นหลายรอบ จนทะลุราคาลิตรละ 50 บาทแล้ว ขณะที่น้ำมันดีเซลก็มีราคาอยู่ที่ 47.74 บาท/ลิตร

เช่นเดียวกับ ดีเซล B20 ราคาอยู่ที่ 42.74 บาท/ลิตร แม้จะมีราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป แต่ถือว่าใหม่สำหรับการนำไปใช้ในเรือประมง ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเรือประมงในจังหวัดสงขลาจะหันไปใช้น้ำมัน ดีเซล B20 ตามที่ได้หารือกับรัฐบาลเอาไว้หรือไม่
นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือร่วมกับภาครัฐที่จะช่วยให้เรือประมงพาณิชย์หันมาใช้น้ำมัน B20 ในเรือประมงเพื่อออกทำการประมง ในช่วงราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมีความชัดเจนว่าจะใช้ ทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของการจัดส่งน้ำมันให้กับผู้ประกอบการเรือประมงแต่อย่างใด

“ทำให้เรือประมงส่วนใหญ่ยังคงจอดลอยลำ ยกเว้นเรือบางชนิดที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่มากนักออกทำการประมงได้ ส่วนแนวทางการช่วยเหลือนั้นคงทำได้ยาก เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก ต้องรอดูท่าทีว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อไหร่ เรือประมงอาจจะได้ออกทำการประมงอีกครั้ง
” นายสุรเดช กล่าวต่อว่า นอกเหนือต้นทุนน้ำมันที่แพงขึ้น ราคาสินค้าสัตว์น้ำส่งขายเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานอุตสาหกรรมกลับปรับราคาลดลงมาเฉลี่ยร้อยละ 10 เป็นการสวนทางกันระหว่างต้นทุนเดินเรือกับการขายสินค้าสัตว์น้ำ

