สภาอบจ.นนท์เดือด สมาชิกหารือ ยกปทุมโมเดล ขอลดภาษีน้ำมันช่วยปชช. เจอเบรก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 เมษายน นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เป็นประธานการประชุมสภา อบจ.นนทบุรี สมัยวิสามัญ สมัยที่หนึ่ง ประจำปี พ.ศ.2569 ที่ห้องประชุมสภา อบจ.นนทบุรี ส่วนใหญ่เป็นวาระการประชุม ขอมติจ่ายขาดเงินสะสมไปทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งสมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี ก็มีมติเห็นชอบเลยทุกวาระ
จนกระทั่งถึงวาระอื่น ๆ นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้สอบถามสมาชิกสภา อบจ. นนทบุรี ว่าใครมีเรื่องอะไรจะสอบถามที่ประชุมบ้าง ได้มี ส.อบจ. ลุกขึ้นสอบถามปรึกษาในที่ประชุมเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น อบจ.นนทบุรี จะมีแนวทางช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไรบ้าง จะทำแบบ อบจ.ปทุมธานีได้หรือไม่

โดยนายภคิน ได้อธิบายให้ ส.อบจ.ทราบว่า จังหวัดนนทบุรีมีการใช้น้ำมันวันละประมาณ 2.5 ล้านลิตร โดยสภา อบจ.นนทบุรีเคยมีข้อบัญญัติเก็บภาษีน้ำมันที่หัวจ่ายลิตรละ 4.45 สตางค์ต่อลิตร เก็บภาษีน้ำมันได้ประมาณเดือนละ 3 ล้านบาท ซึ่งการกระทำแบบ อบจ.ปทุมธานี คงต้องรอปทุมธานีดำเนินการก่อน แล้ว อบจ.ทั่วประเทศคงจะทำพร้อม ๆ กัน โดยต้องมีมติผ่านสภาอบจ.ของจังหวัดนั้น ๆ
จากนั้นสมาชิกหลายคนได้ลุกขึ้นอภิปราย ส.อบจ. บางคนอภิปรายสนับสนุนแม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่า อบจ.นนทบุรีได้ช่วยเหลือประชาชน ไม่ต่างจากอบจ.ปทุมธานี ขณะที่บางคนไม่เห็นด้วยเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า
โดยนายยุทธนา ธูปแก้ว ส.อบจ.นนทบุรี เขต 8 อำเภอบางบัวทอง ลุกขึ้นอภิปรายว่า เรื่องนี้ขอให้อบจ.หยุดพักไว้ก่อน เพราะเป็นเงินที่ช่วยเหลือประชาชนน้อยมาก ประชาชนเติมน้ำมัน 10 ลิตร ค่าน้ำมันที่ลดลงไปไม่ถึง 50 สตางค์ “จะลดทำxอมึxหรือ” เดี๋ยวประชาชนเขาจะด่าเอา อบจ.ควรเอาเงินตรงนี้ไปพัฒนาด้านอื่น สร้างเสียงฮือฮาให้กับสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม จากนั้นได้มี ส.อบจ.อีกคนลุกขึ้นมาสนับสนุนเห็นด้วยกับนายยุทธนา จากนั้นประธานสภาได้ปิดประชุม

