ปิดทองหลังพระ ประสานงานกับเทคโนโลยีราชมงคลอีสานคิดค้นแอพพลิชั่นทูยา ควบคุมระบบให้น้ำพื้นที่เพาะปลูก ขยายผลตามแนวพระราชดำริที่เมืองย่าโม
เมื่อวันที่ 3 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการซ่อมแซมเสริมศักยภาพแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็ก ประจำปี 2569 ในพื้นที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมนำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาพื้นที่ ด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำและการส่งเสริมอาชีพ โดยน้อมนำแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 มาสืบสาน รักษา และต่อยอด ขยายผลในพื้นที่ตำบลขามสมบูรณ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา รวม 5 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 แปลงนาเกษตรกรต้นแบบการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาแบบดั้งเดิม ต.ขามสมบูรณ์ อ.คง จุดที่ 2 ซ่อมแซมและเสริมศักยภาพท่อลอดเหลี่ยมคลองวังโพง บ้านตะหนอด หมู่ที่ 6 ต.ขามสมบูรณ์ อ.คง จุดที่ 3 แปลงนาที่มีการปลูกข้าวโพดหว่านหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปี บ้านสระหลวง หมู่ที่ 3 ต.ขามสมบูรณ์ อ.คง จุดที่ 4 แปลงหม่อนไหม บ้านโจด หมู่ที่ 4 ต.ขามสมบูรณ์ อ.คง และจุดที่ 5 ตลาดชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลขามสมบูรณ์

นายกฤษฎากล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนโดยกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำได้ร่วมกันซ่อมแซมและใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีพัฒนาอาชีพเพิ่มขึ้นโดยการปลูกพืชหลังนาและการปลูกหม่อนไหมช่วยลดการพึ่งพาการปลูกพืชอย่างเดียว และสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

อย่างไรก็ตามทุกภาคส่วนพร้อมที่จะขยายผลรูปแบบการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป สถาบันปิดทองหลังพระฯก็พร้อมที่จะบูรณาการกับทุกภาคส่วน ในการช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้มีน้ำพียงพอในการทำเกษตร แก้ไขปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม โดยจะบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยระบบการควบคุมการให้น้ำผ่านแอพพลิเคชั่นทูยา(tuya)โทรศัพท์มือถือซึ่งคิดค้นโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน(มทร.อีสาน) มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดโรค ปลอดภัย ผลผลิตให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งมีตลาดรองรับผลผลิต จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน

ด้านนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการซ่อมแซมแหล่งน้ำเดิมให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพจะกลายเป็นต้นแบบการกักเก็บน้ำในระดับตำบลเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง
“นอกจากนี้จังหวัดนครราชสีมายังวางเป้าหมายเชื่อมโยงการจัดการน้ำและเกษตรต้นแบบเหล่านี้เข้ากับการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพ งานมหกรรมพืชสวนโลกในปี 2572 โดยโมเดลการปลูกพืชหลังนาและการทำเกษตรผสมผสานที่อำเภอคงจะถูกยกระดับให้เป็นจุดเรียนรู้และแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว”นายอนุพงศ์กล่าว


