หน้าแรก ภูมิภาค ตร.จับหนุ่มอั...

ตร.จับหนุ่มอังกฤษ มาเรียนทำนาแล้วไม่กลับประเทศ ควงสากบุกเข้าบ้านครู ทุบหัวชายมะกันหวังชิงทรัพย์

4.04.26 | 19:38 น.

ตร.จับหนุ่มอังกฤษ มาเรียนทำนาแล้วไม่กลับประเทศ ควงสากบุกเข้าบ้านครู ทุบหัวชายมะกันหวังชิงทรัพย์

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ แซม ปุณะตุง โพสต์ภาพชาวต่างชาติ พร้อมกับคราบเลือดบนพื้นบ้าน และหนังสือเดินทางของนายแบรนดอน ลี วิลสัน (Mr.Brandon lee Wilson) อายุ 29 ปี ชาวอังกฤษ พร้อมเขียนข้อความว่า XXเตือนภัยXX บุคคลอันตราย 03.04.69 เวลาประมาณเกือบ 2 ทุ่ม มีบุคคลอันตรายในภาพเป็นชาวต่างชาติ มาทำร้ายร่างกายพ่อที่บ้านสวนแถวหนองแวงเดิด ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ พยายามที่จะชิงทรัพย์ และเกิดมีการต่อสู้กัน แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป ใครพบเห็นบุคคลอันตรายในภาพ รบกวนแจ้งเบาะแสด้วยนะครับ

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 4 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ที.อาร์.ที.ซีบริงฟาร์ม โคกหนองนา โมเดล บ้านหนองแวงเดิด ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พบนางพรทิพย์ หรือทิพย์ อายุ 55 ปี และนายเรย์ อลัน อายุ 65 ปี ชาวอเมริกัน ภรรยาและสามีผู้บาดเจ็บ อยู่ในบ้าน โดยนางทิพย์ เล่าว่า ตนแต่งงานกับนายเรย์ มา 10 ปี โดยสามีเปิดบริษัทรับสร้างบ้าน ต่อมาตนและสามีย้ายมาอยู่ที่ อ.หนองวัวซอ โดยตนมาทำโครงการโคกหนองนาอยู่ในเนื้อที่ 22 ไร่ สามีชอบบรรยากาศธรรมชาติแบบเรียบง่าย ก็มาสร้างบ้านสวนอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยเมื่อ 2 ปีก่อน ตนเปิดรับสอนนักเรียนชาวต่างชาติรุ่นละ 14 คน ใช้เวลาสอน 2 สัปดาห์ ซึ่งนักเรียนที่มาเรียนก็มีนายแบรนดอน ลี วิลสัน ชาวอังกฤษ รวมอยู่ด้วย

นางทิพย์เล่าต่อว่า โดยตอนที่นักเรียนชาวต่างชาติมาเรียนรู้ศาสตร์พระราชากับตน ก็จะกินนอนอยู่ที่บ้านเรือนไทยภายในสวน จนจบหลักสูตร ก็แยกย้ายกันกลับ ตนเปิดสอนปีละ 1 รุ่น ต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2568 นายลีก็เดินทางมาเยี่ยมพวกตน แล้วก็คิดว่าเขาเดินทางกลับอังกฤษไปแล้ว เมื่อ 4 วันก่อนเครือข่ายโคกหนองนาที่ จ.บุรีรัมย์ ได้ส่งข้อความและโทรมาบอกตนว่า นายลี เดินทางมาอยู่ที่บุรีรัมย์และสร้างปัญหา โดยไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดีประมาณไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงไล่นายลีออกไป แต่วีซ่านายลีหมดแล้ว และจะมาที่นี่เพราะที่นี่คือโรงเรียน ซึ่งสามีบอกว่าถ้านายลีมาก็จะไล่กลับไป บอกว่าอยู่ไม่ได้ เพราะวีซ่าหมดแล้ว

นางทิพย์เล่าต่อไปว่า คืนวันที่ 2 เมษายน นายลีได้เดินทางมาบ้านสวน มาเคาะประตูบ้าน ซึ่งสามีตนก็เปิดประตู พบนายลีสะพายกระเป๋าเป้สีดำมายืนอยู่หน้าประตู บอกว่าจะมาขออยู่ด้วย สามีก็บอกว่าอยู่ไม่ได้เพราะวีซ่าหมดแล้ว นายลีก็ขอให้สามีตนรับรองวีซ่าให้เขา แต่สามีไม่ยอม และไล่เขากลับไป เพราะมันอันตราย เขาก็เดินออกไป กระทั่งช่วงหัวค่ำเมื่อคืนนี้ ตนจะไปทำอาหารที่บ้านญาติเพื่อไปทำบุญตอนเช้า แต่สามีไม่ไปด้วยเพราะว่าอากาศร้อน ขออยู่ในบ้านคนเดียว ตนขับรถออกจากบ้านก็รู้สึกได้กลิ่นบุหรี่ คิดว่านายลีจะอยู่แถวนี้ จึงส่งข้อความถึงสามีให้ล็อกประตูห้อง ตนไปถึงบ้านญาติไม่นาน สามีก็ได้วิดีโอคอลมาหา สภาพหัวแตกเลือดอาบหน้าโดนทำร้าย ตนก็รู้สึกตกใจรีบโทรบอกญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้ให้รีบมาบ้านสวนเพื่อช่วยสามี เมื่อมาถึงก็พบสามีหัวแตก ตาปูด และบอกว่านายลีเป็นคนทำ

Advertisement

นางทิพย์เล่าอีกว่า จากการสอบถามสามีก็เล่าว่า หลังจากที่ตนขับรถออกไปบ้านญาติ สามีก็นั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่นานนายลีก็เปิดประตูเข้ามาในมือถือสากกระเบือ สั่งให้สามีส่งกุญแจจักรยานยนต์ สมุดทะเบียนรถ เงินสดให้ แต่สามีไม่ยอมส่งให้ นายลีพูดว่า “คุณรู้ไหม๊จะเกิดอะไรขึ้น” จากนั้นก็ใช้สากกะเบือตีหัวสามีจนล้มลง หัวแตกเลือดไหลอาบ แต่ยังตีซ้ำที่เบ้าตาซ้ายปูดบวมช้ำ แต่สามีเป็นคนที่ขาและแขนแข็งแรงจึงได้ใช้ขาล็อกขานายลีจนล้มลง สากกระเบือหลุดมือ สามีจึงใช้ขาล็อกตัวนายลีเอาไว้ ก่อนหยิบเอาสากกระเบือมาฟาดนายลีจนร้องขอชีวิต สามีจึงปล่อยนายลีไป ตนจึงรีบพาสามีไปส่ง รพ.เย็บแผล 4 เข็ม และไปแจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุ

“ตื่นเช้าตำรวจพบกระเป๋าเป้เสื้อผ้าของนายลีแขวนอยู่ริมรั้วหน้าบ้าน ผู้นำชุมชนกับตำรวจได้ออกติดตามหาตัวนายลี กระทั่งมีชาวบ้านออกขุดมันสำปะหลังพบนายลีหลบอยู่ในกระท่อมสวนยาง ห่างจากบ้านเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร ตำรวจและผู้นำชุมชนจึงมาจับกุมควบคุมตัวไปโรงพัก ในฐานะที่เป็นครูสอนนักเรียน รู้สึกเสียใจมากที่นักเรียนมาทำร้ายสามีครูแบบนี้ ครูรักและดูแลเขาเหมือนลูกหลาน ไปไหนก็พาไปด้วย กินอะไรก็ได้กินเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันได้ ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ และจะดำเนินคดีนายลีจนถึงที่สุด อย่าให้เข้ามาเมืองไทยอีก เพราะกลัวเขาจะกลับมาทำร้ายเราอีก”

“ส่วนนายเรย์ อลัน อายุ 65 ปี ชาวอเมริกัน ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะนั่งทำงานอยู่ในห้อง นายลีก็เปิดประตูเข้ามา มือถือไม้ สั่งให้ส่งกุญแจจักรยานยนต์ สมุดทะเบียน และเงินให้แก่เขา แต่ตนไม่ให้ เขาทำร้ายตนก่อน แต่ตนมีขาและแขนที่แข็งแรง จึงต่อสู้กับเขาได้ ซึ่งเขาขู่ด้วยว่าจะทำร้ายภรรยาของตน ซึ่งตนไม่ยอมเด็ดขาด เพราะภรรยาของตนดีเหมือนนางฟ้า”

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.หนองวัวซอ พบว่านายนายแบรนดอน ลี วิลสัน อายุ 29 ปี นอนอยู่ในห้องควบคุม ซึ่ง พ.ต.อ.อาทิตย์ จันทา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 3 เมษายน ได้รับแจ้งจากภรรยาชาวไทยว่าสามีชาวอเมริกา โดนชายชาวอังกฤษทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ตำรวจก็ได้ออกไปที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บสากกระเบือเปื้อนเลือดที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธ เช้าวันนี้ตำรวจและผู้นำชุมชนได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้ในกระท่อมสวนยาง นำมาดำเนินคดี

จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุอ้างว่ารู้จักกับผู้บาดเจ็บมาก่อน แต่เมื่อวานนี้ผู้ก่อเหตุได้ย้อนกลับมาขออยู่อาศัยด้วย แต่ผู้บาดเจ็บและภรรยาไม่ยินยอม จึงเกิดการทะเลาะกันขึ้น ผู้ก่อเหตุจึงใช้สากกะเบือตีหัวแตก ตาบวมช้ำ จึงได้แจ้งข้อหานายลี “บุกรุกในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บ” หากสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำผิดอย่างอื่นก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป