เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหากรณีมีผู้บุกรุกชายหาดหัวหินก่อสร้างอาคาร 40 หลัง ริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหิน หลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 แต่ขณะนี้เทศบาลยังไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนอาคารได้ เนื่องจากมีผู้บุกรุก 32 ราย นอกเหนือคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้เทศบาลหัวหินเรียกเก็บค่าปรับรายวัน ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา เมื่อครบกำหนด 45 วัน ภายหลังเทศบาลหัวหินปิดประกาศคำสั่งให้รื้อถอนอาคารที่รุกชายหาด ล่าสุดเทศบาลหัวหินได้ส่งเอกสารเพิ่มตามที่สำนักงานโยธาธิการจังหวัดได้แจ้งขอข้อมูลรายชื่อ ผู้บุกรุกอาคารทุกราย ตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ทราบว่าขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุมพิจารณาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ระดับจังหวัด

นายเก้า มงคลฐิติพร หรือ “เฮียเก้า” อายุ 58 ปี เจ้าของร้าน “แสงไทยซีฟู้ด” ใกล้สะพานปลาหัวหิน กล่าวว่า ตนเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ยอมรื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่บุกรุกตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ใช้เวลารื้อ 9 วัน หลังจากได้รับคำสั่งจากเทศบาลหัวหินให้รื้อถอนอาคารตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2559 แต่ปัจจุบันเวลาผ่านไปหลายเดือนทราบว่าผู้บุกรุกรายอื่นที่มีทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ โรงแรม เกสเฮ้าท์ บ้านพักอาศัยยังไม่มีการรื้อถอน และมีการประกอบธุรกิจตามปกติโดยไม่ได้รับเดือดร้อนใดๆตามกฎหมายที่สั่งให้รื้อถอน จะนำป้ายมาปิดประกาศติดทับป้ายเดิมที่เขียนว่า แสงไทยซีฟู้ดที่ย้ายไปซอยหัวหิน 51 ถนนแนบเคหาสน์ จะกลับมาขายที่เดิมเร็วๆนี้ และภายใน 2 เดือน หากรายอื่นไม่มีการรื้อถอน ตนจะกลับมาเปิดร้านที่เดิมแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาเปิดจำหน่ายอาหารทะเลมานาน 35 ปีและต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก

พ.ต.ธีรพงษ์ นามสละ นายทหารที่ดิน มณฑลทหารบกที่ 15 (มทบ.15) คณะกรรมการแก้ปัญหาบุกรุกชายหาด ฯ กล่าวว่า เจตนาของผู้บุกรุก 32 ราย รวมทั้งผู้บุกรุกตามคำพิพากษาศาลฎีการ่วมยื่นอุทธรณ์ด้วยนั้น เป็นการต่อสู้โดยใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อประวิงเวลาให้การรื้อถอนล่าช้า จากผลประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ ทั้งที่ทราบดีว่าการครอบครองพื้นที่โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร คณะกรรมการอุทธรณ์จะไม่รับพิจารณา เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขในการนำคำสั่งของกรรมการอุทธรณ์ไปยื่นร้องศาลปกครองเพื่อยืดระยะเวลาในการรื้อถอนอาคารออกไปอีกนานหลายเดือน

