บพท. หนุนคนเชียงใหม่ขับเคลื่อน EV Localization เปลี่ยนเมืองสู่การเดินทางสีเขียว หลังพลังงานมีความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่พุทธสถานเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน “Chiang Mai Gas Free Day: คนเปลี่ยนเมือง ด้วยพลัง EV” โดยมี ผศ.ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) พร้อมด้วยตัวแทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม สภาลมหายใจ และสภาสิทธิการเดินทางเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนา และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรม พร้อมเปิดตัวรถจักรยาน รถจักรยานจักรยานยนต์ และปล่อยคาราวานยานยนต์ EV เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาสนใจและตระหนักถึงการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานน้ำมันมาสู่การใช้รถไฟฟ้า หรือ EV
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน“Chiang Mai Gas Free Day: คนเปลี่ยนเมือง ด้วยพลัง EV”ในวันนี้ เพราะปัจจุบันนี้จังหวัดเชียงใหม่ของเรา กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 และในมิติของเศรษฐกิจจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การจัดงานในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ในการ“เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส”โดยใช้พลังของนวัตกรรมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขอบคุณเครือข่ายพันธมิตรที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด EV Localization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการสร้างระบบนิเวศใหม่ของเมือง ที่ประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชน สามารถเข้าถึง เรียนรู้ และเติบโตไปด้วยกัน จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพอย่างยิ่งในการเป็นเมืองต้นแบบด้านพลังงานสะอาดและการเดินทางที่ยั่งยืนของประเทศ ทั้งจากทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม และความเข้มแข็งของภาคประชาชน จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
“ถือเป็นการนำร่องเป็นจังหวัดแรกของภาคเหนือ ที่จะเดินหน้าผลักดันการใช้รถ EV เพราะเคยมีความหวังที่จะเห็นเมืองเชียงใหม่เงียบสงบ ไร้ควันพิษที่สะสมจากการจราจรที่คับคั่งตามสี่แยกสำคัญลงไปให้เหมือนเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอื่นๆ ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้”
รศ.ดร.ปุ่น กล่าวว่า งาน“Chiang Mai Gas ai Gas Free Day: คนเปลี่ยนเมือง ด้วยพลัง EV” เกิดขึ้นเพราะ บพท.มีเป้าหมายสำคัญในเรื่องการหันมาใช้รถ EV ถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูง จากที่เคยเป็นเพียงกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น แต่ตอนนี้เรามีศักยภาพพอที่จะทำได้เองแล้ว แม้จะสู่จีนที่นำหน้าไปไม่ทันแล้ว แต่หากเราถอยไม่สู้ก็ไม่มีประโยชน์ ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นเราจึงต้องรีบพัฒนาและรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใช้ โดยมีธนาคารเอสเอ็มอีพร้อมเข้ามาสนับสนุนการลงทุน
วันนี้จึงมีการนำเทคโนโลยีที่ดี ทั้งรถบัส รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานจักรยานยนต์ มาจัดแสดงให้เห็นว่าการนำรถ EV มาใช้ทดแทนพลังงานน้ำมันที่มีแต่จะราคาแพงขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะรอบ่นอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่เราต้องปรับตัวให้ทันด้วยมาตรฐานที่ดีของเราเอง ขนาดลาวยังทำได้ ไทยก็ทำได้เหมือนกัน และเชียงใหม่กําลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสําคัญของการพัฒนาเมือง ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ งาน “Chiang Mai Gas Free Day: คนเปลี่ยนเมือง ด้วยพลัง EV” จึงตอบโจทย์และสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยมีหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่(บพท.) เป็นกลไกสําคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง
นายพิชัย กล่าวว่า อบจ.กำลังเร่งนำระบบขนส่งสาธารณะที่ดีจากไฟฟ้าเข้ามาใช้ โดยจะเปิดการเดินรถ 2 สายก่อน เพื่อให้บริการประชาชนในเขตเมือง ก่อนที่จะขยายเพิ่มในอีกหลายเส้นทางรอบนอก โดยเชื่อมผ่านสถานที่ ย่านชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อลดการใช้รถส่วนตัว ลดฝุ่นควันจากการจราจร ลดฝุ่นที่กำลังเป็นปัญหา รวมทั้งเตรียมทำจุดชาร์จรถยนต์จากพลังงานน้ำที่สวน อบจ. หร่อหนองเขียว เพื่อรองรับและทดแทนพลังงานน้ำมัน
ภายในงานมีการจัดกิจกรรม Workshopการประกอบและทดลองใช้งานจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เปิดโอกาสให้ประชาชนเรียนรู้ผ่านการลงมือทําจริง นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประกอบการ EV จากทั่วเชียงใหม่ รวมถึงกรีนบัสที่กําลังปรับตัวสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด และไฮไลต์สําคัญคือการปล่อยคาราวานรถ EV จากพุทธสถานเชียงใหม่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวสู่อนาคตของเมืองที่สะอาดและยั่งยืน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ผ่านแนวคิด EV Localizationที่เชื่อมโยงงานวิจัย นโยบาย และประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของเชียงใหม่


