พี.ซี.สยามปิโตรเลียม แถลงข่าวข้อเท็จจริง ปมกักตุนน้ำมัน พื้นที่สุราษฎร์ธานี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 เมษายน ที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พ.ท.จำนงค์ วิบูลย์ศิลป์ ผู้จัดการทั่วไป ตัวแทนบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด พร้อมทนายความ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี
พ.ท.จำนงค์กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา การเสนอข่าวมีความคลาดเคลื่อนหลายประการ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและการดำเนินธุรกิจของบริษัท ขอเรียนว่าบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ผ่านมาบริษัทยืนยันว่าได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ระเบียบของกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และมีการรายงานข้อมูลที่ครบถ้วนทุกประการ
พ.ท.จำนงค์กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าวว่าบริษัทกักตุนน้ำมันดีเซล 2 ล้านลิตร ข้อเท็จจริงคือเป็นน้ำมันเบนซิน กลุ่ม 95 ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อดำเนินการทางธุรกิจตามปกติ และบริษัทจัดเก็บรักษาไว้เพื่อรอการจำหน่ายให้กับลูกค้าที่บริษัทจัดซื้อมาจากโรงกลั่นไว้ในสต๊อก เพื่อไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าตามปกติ ยืนยันว่าเรามีบัญชีระบบซื้อขายอย่างถูกต้อง บริษัทไม่ได้กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบแต่อย่างใด โดยเอกสารบัญชีรับจ่ายคงเหลือเป็นเรื่องปกติของระบบซื้อขายและสต๊อกทางธุรกิจ

พ.ท.จำนงค์กล่าวอีกว่า ช่วงระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม เจ้าพนักงานระดับจังหวัดก็เข้ามาตรวจคลังของบริษัทอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษายน มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าบริษัทกักตุน หรือทำผิดกฎหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น มีการกล่าวหาว่าบริษัทกักตุนน้ำมัน ก็พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
“ทราบข่าวทางสื่อมวลชนว่าขณะนี้บริษัทถูกแจ้งความดำเนินคดี แต่ยังไม่ได้รับหมายเรียก หรือการประสานจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งเรายืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานมา บริษัทพร้อมจะให้ความร่วมมือ” พ.ท.จำนงค์ระบุ
พ.ท.จำนงค์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้บริษัทได้รวบรวมเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งพร้อมจะมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 เมษายน ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งในเดือนมีนาคมบริษัทมีการขนส่งน้ำมันเพียง 6 เที่ยว เนื่องจากเราเป็นบริษัทท้องถิ่นขนาดเล็ก และส่งมอบให้กับผู้ค้าตามสัญญาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตามปกติ

เมื่อถามว่า มีความคิดเห็นอย่างไรกับการจี้ปมน้ำมันหายไประหว่างขนส่งจำนวน 57 ล้านลิตร พ.ท.จำนงค์ปฏิเสธให้ความเห็น เพียงแต่ระบุว่า ในระบบการขนส่งจากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันต่างๆ มีหลักฐานชัดเจน และจากกระแสข่าวที่ว่าบริษัทอาจจะกลายเป็นแพะ จึงไม่มีความเห็นเช่นกัน แต่ยืนยันในความบริสุทธิ์ และพร้อมให้ผู้มีอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพื่อที่บริษัทจะได้พิสูจน์ความจริงและเรียกชื่อเสียงกลับมา
“ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมากระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ส่วนกรณีมีความเห็นทางโซเชียลอาจทำให้บริษัทเกิดความเสียหายเราก็ต้องขอสงวนสิทธิทางกฎหมาย เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่น และยอดสั่งซื้อลดลง” พ.ท.จำนงค์กล่าว

