ผู้การปทุมธานี เรียกประชุมเร่งคลี่คลายคดีหนุ่มจีน ฆ่า น.ศ.สาวคาห้อง ก่อนจบชีวิตตัวเองตาม
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.สุชัย แสงส่องรอง ผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นวชล ชมเชย สว.สส.สภ.คลอหลวง พ.ต.ต.พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ สว.สส.สภ.คลองหลวง เร่งคลี่คลายการเสียชีวิตของหนุ่มชาวจีน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ที่กระโดดห้องพักเสียชีวิต และ น.ส.ณัฏฐณิชา อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 แฟนสาวของหนุ่มจีน ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดเสียชีวิตภายในห้องพัก โดยเหตุเกิดที่หอพักแห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยใช้เวลา 1 ชม.ในการประชุมทีมสืบสวนความคืบหน้าของคดีและความรอบคอบในการทำคดี
พล.ต.ต.พีรพลเปิดเผยว่า จากการประชุมทราบว่าชายชาวจีนเช่าหอพักตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และเข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียชีวิตอีกรายก็ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน หลังเกิดเหตุได้ไทม์ไลน์แล้วพบว่าชายชาวจีนอยู่ห้องพักตั้งแต่เวลา 17.00 น.เศษ วันที่ 4 เมษายน 2569 และ น.ส.ณัฏฐณิชา เดินทางมาหาเวลาประมาณ 20.40 น.วันเดียวกัน หลังจากนั้นอยู่ในห้องไม่ได้ออกมา กระทั่งเวลา 02.00 น. ชายชาวจีนได้เดินไปที่ชั้น 9 โดยพยานเห็นว่ามีบาดแผลที่หน้าผาก และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบาดแผล แต่ร่างที่ตกลงมาจากห้องพักมีบาดแผลที่ข้อมือซ้ายและขวาด้วย จึงสันนิษฐานว่าช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 5 เมษายน 2569 ที่เดินขึ้นไปที่ชั้น 9 ยังไม่ได้ทำร้ายร่างกายตนเอง

พล.ต.ต.พีรพลกล่าวว่า ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้หญิงตั้งแต่เข้าไปก็ไม่พบความเคลื่อนไหวเลยกระทั่งพบศพ ในการตรวจบาดแผลเบื้องต้น จากการสอบถามแพทย์พบว่าฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตมีบาดแผลมากกว่า 30 บาดแผล มีการต่อสู้จุดที่ทำให้เสียชีวิตคือลำคอและหน้าอก สำหรับข้อความที่ใช้เลือดเขียนภายในห้อง เจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานแล้ว จะต้องให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญวิเคราะห์ เพราะจะต้องดูอารมณ์เหตุการณ์ในขณะนั้น
พล.ต.ต.พีรพลกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมีความสนิทสนมกันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 จากนั้นเคยห่างกันไป ส่วนความสัมพันธ์หลังจากนั้นจะต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้พักอาศัยข้างห้องเคยได้ยินเสียงฝ่ายชายเสียงดังภายในห้อง แต่ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สอบผู้ปกครองฝ่ายหญิงมากนัก เพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ แต่มีการพูดคุยถึงรูปคดีว่าเราจะเดินหน้าไปทางทิศทางใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะครอบครัวฝ่ายหญิงมีธุรกิจมั่นคง ส่วนกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิต ได้มีการติดต่อไปแล้ว เพื่อขอให้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ

ทั้งนี้ สำหรับการเสียชีวิตของทางชายชาวจีน ตำรวจแจ้งสถานทูตให้ทราบแล้วเพื่อประสานญาติเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุคาดว่ามาจากความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่ความสัมพันธ์มีหลายด้าน จะต้องสอบนิติวิทยาศาสตร์จะต้องดำเนินการต่อไปเพื่อให้คดีมีความกระจ่างมากยิ่งขึ้น

