บึงกาฬ ค่าฝุ่นสูงสุดในอีสาน สสจ.ปฏิบัติการเชิงรับเปิดคลินิกมลพิษ เชิงรุกระดมอสม.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง
เมื่อวันที่ 7 เมษายน เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm2.5 ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ยังได้รับผลกระทบอยางต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขง ซึ่งในวันนี้พบว่าจังหวัดบึงกาฬ มีคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ที่ 251 มคก./ลบ.ม. ถือว่าค่าฝุ่นสูงที่สุดในภาคอีสาน โดยมี 5 อำเภอที่เป็นพื้นที่สีแดง โดยอำเภอเมืองบึงกาฬ 148 มคก./ลบ.ม. อำเภอปากคาด 207 มคก./ลบ.ม. อำเภอโซ่พิสัย 118 มคก./ลบ.ม. อำเภอศรีวิไล 84 มคก./ลบ.ม. และอำเภอบุ่งคล้า 133 มคก./ลบ.ม. ส่วนอำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง ค่าฝุ่นในระดับ 47-62 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์สีส้ม
ขณะที่บริเวณตลาดนัดไทย-ลาว ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่ป้องกันตัวเองจากฝุ่นละออง หรือหมอกควันไฟป่า ที่แผ่ลงมาปกคลุม มีเพียงประชาชนบางส่วนที่เริ่มตื่นตัว หันมาสวมใส่หน้ากากอนามัย เวลาออกนอกบ้าน มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเครื่องอุปโภค บริโภค
นายแพทย์ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมยังวิกฤต ค่าฝุ่นเป็นอันตรายต่อสุขภาพแทบทุกอำเภอ ทาง สสจ.บึงกาฬ ก็ได้ทำสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องของสุขภาพด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย ในเวลาออกนอกบ้าน หรือไปในที่โล่งแจ้ง นอกจากนี้ หน่วยงานด้านสาธารณสุขในจังหวัดบึงกาฬ ทุกแห่ง ได้เปิดให้บริการตรวจคัดกรอง ทั้งเชิกรุกและเชิงรับ โดยเชิงรับ จะมีคลินิกมลพิษ ในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และ รพ.สต. ทุกแห่ง ส่วนเชิงรุก ก็จะให้ อสม.ใช้แบบฟอร์มออกตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ ว่าได้รับผลกระทบกับค่าฝุ่นมากน้อยเพียงใด หากพบอาการผิดปกติ ก็จะแนะนำให้เข้ารักษาที่คลินิกมวลพิษ ตามโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และ รพ.สต. ทุกแห่ง
ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น แต่ถ้าค่าฝุ่นละอองยังเป็นสีแดงอยู่แบบนี้ แนวโน้มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจอาจจะเพิ่มขึ้นแน่นอน และขอให้ประชาชน งดการออกกำลัง หรือกิจกรรมต่างๆนอกบ้าน ส่วนคนที่มีอาการ เช่น ระบบทางเดินหายใจ เป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือเริ่มแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ให้รีบไปโรงพยาบาล หรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน

