หน้าแรก ภูมิภาค ผู้การอุบลฯ ส...

ผู้การอุบลฯ สั่งย้าย ‘พันตำรวจโท’ เรียกเงินค่าน้ำมัน หมูเฟิร์น อินฟลูดัง ถ้าผิดจริงเจอทั้งวินัย-อาญา

7.04.26 | 17:30 น.

ผู้การอุบลฯ สั่งย้าย ‘พันตำรวจโท’ เรียกเงินค่าน้ำมัน หมูเฟิร์น อินฟลูดัง ถ้าผิดจริงเจอทั้งวินัย-อาญา

 

จากกรณีที่ น.ส.ชลธิชา ธาราโรจน์ หรือ “หมูเฟิร์น” อินฟลูเอนเซอร์ดัง อัดคลิปเล่าเหตุการณ์ไปแจ้งความกรณีขโมยขึ้นบ้านที่ สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี แต่ถูกร้อยเวรที่รับสายระบุให้ช่วยค่าน้ำมัน ถึงจะไปตรวจที่เกิดเหตุ ต่อมาสภ.ม่วงสามสิบ ออกหนังสือชี้แจงว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดและสื่อสารคลาดเคลื่อน

จนอินฟลูฯดังออกมาเปิดเผยว่า มีคลิปเสียง อยากให้ตำรวจยอมรับความจริง ล่าสุดทางตำรวจเข้ามาขอโทษ และยอมรับผิดแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว

อ่านข่าว ผกก.สภ.ม่วงสามสิบ รุดขอโทษ อินฟลูฯสาว ปมตร.ขอค่าน้ำมัน เผยสั่งตั้งกก.สอบแล้ว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กล่าวว่าเบื้องต้นพบว่าเป็นนายตำรวจยศ “พันตำรวจโท” ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

Advertisement

นอกจากนี้ น.ส.นิภาพร ผู้เสียหาย ยังได้แฉวีรกรรมพนักงานสอบสวนรายเดียวกัน ระบุว่าตนเคยถูกเรียกเงินค่า “น้ำมัน” 3,000 บาทเป็นค่าดำเนินการติดตามเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเรื่องนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงใน 2 กรณีดังกล่าวแล้วและได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนรายดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด จริงๆแล้วเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิด ทางผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดสรรน้ำมันให้กับทุกสถานีตำรวจ ซึ่งสถานีตำรวจ จ.อุบลราชธานีมี 36 สถานี ขอยืนยันได้ว่ามีน้ำมันเพียงพอ

ขณะที่เพจ “ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี” ออกข่าวประชาสัมพันธ์ ตอนหนึ่งระบุว่า

ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี มีคำสั่งที่ 317/2569 ลงวันที่ 7 เมษายน 2569 ให้พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว ช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม