หน้าแรก ภูมิภาค นักธรณี ปลื้ม...

นักธรณี ปลื้ม เอกนัฏ เห็นทุกข์ปชช.ทำงานวันแรกลดราคาน้ำมัน วอนเดินหน้าสำรวจแหล่งพลังงานในไทย

8.04.26 | 14:44 น.

นักธรณี ปลื้ม เอกนัฏ เห็นทุกข์ปชช.ทำงานวันแรกลดราคาน้ำมัน วอนเดินหน้าสำรวจแหล่งพลังงานในไทย

 

วันที่ 8 เมษายน นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาว จ.ฉะเชิงเทรา และยังเคยทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมากว่า 14 ปี ได้กล่าวถึงกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรกเมื่อวานนี้ แล้วเร่งทำงานจนทำให้ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงได้ในทันที 2 บาทนั้นว่า ต้องขอขอบคุณนายเอกนัฏ ที่มองเห็นถึงความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชน แต่ที่สำคัญนั้นปัญหาจะต้องแก้ที่ต้นตอจากการที่เรามีปิโตรเลียมไม่เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ

นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า และจากการศึกษาในทางธรณีวิทยาโครงสร้าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสำรวจปิโตรเลียมด้วยข้อมูลธรณีฟิสิกส์จากความเข้มของสนามแม่เหล็ก และข้อมูลแรงโน้มถ่วงนั้น เราได้ค้นพบว่าประเทศไทยของเรายังมีโครงสร้างปิโตรเลียมในยุคมีโซโซอิกหรือยุคกลางของธรณีกาล อายุราว 100-200 ล้านปี ที่ยังไม่เคยทำการสำรวจอย่างจริงจังมาก่อน จึงอยากให้ทาง รมว.พลังงานคนใหม่ หรือ คุณเอกนัฏ ได้เข้ามาช่วยร่วมกันผลักดัน เนื่องจากการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศไทยเรานั้น ยังขาดความใส่ใจต่อการสำรวจในเรื่องนี้ จึงทำให้การสำรวจปิโตรเลียมยังไม่ครบทุกโครงสร้าง

นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่เตรียมเสนอคณะกรรมการปิโตรเลียม และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเปิดสัมปทานสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ตามที่ได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 เพื่อเชิญชวนผู้ลงทุนมาเข้าร่วมในทะเลอันดามันนั้น มองว่าในส่วนของทะเลอันดามันนั้นเป็นทะเลน้ำลึก จะทำให้การสำรวจมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และจากการสำรวจและขุดเจาะมากว่า 20 หลุมแล้ว เราไม่พบปิโตรเลียมที่สามารถจะผลิตในเชิงพาณิชย์ได้เลย จึงทำให้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง และมั่นใจได้ว่าในส่วนของทะเลอันดามันนั้นมีศักยภาพทางปิโตรเลียมค่อนข้างต่ำ

Advertisement

นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการศึกษาวิจัยหินต้นกำเนิดในพื้นที่ทะเลอันดามันแล้วยังพบว่า เป็นหินต้นกำเนิดที่มีศักยภาพที่ต่ำ จึงทำให้พื้นที่ทะเลอันดามันไม่มีศักยภาพในการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมทั้งยังเป็นทะเลน้ำลึกจึงทำให้ค่าขุดเจาะค่อนข้างสูง ในหนึ่งหลุมอาจต้องใช้เงินลงทุนราว 800-900 ล้านบาท หากถ้ามีการขุดเจาะแล้วไม่พบปิโตรเลียมอีกจะทำให้ภาคเอกชนที่เข้ามาสำรวจเกิดการชะลอการลงทุนในประเทศไทย ทั้งที่ในประเทศไทยนั้นเรายังมีโอกาสที่จะพบปิโตรเลียมแหล่งขนาดใหญ่ในส่วนของยุคมีโซโซอิก

นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า โดยที่เราได้มีการทำวิจัยและค้นพบเป็นรายแรกๆ ไว้แล้วว่า เรามีโครงสร้างตรงนี้อยู่ แต่ยังไม่เคยมีการเปิดสัมปทานมาก่อน หากเราสำรวจพื้นที่ตรงนี้แล้วพบปิโตรเลียมจะเป็นปิโตรเลียมแหล่งขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นโอกาสของประเทศไทยมากกว่า ซึ่งแหล่งที่มีความเหมาะสมเปิดให้สัมปทานสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยนั้น จึงอยู่ในกลุ่มจังหวัดโซนภาคกลางของประเทศและในทะเลอ่าวไทยมากกว่า เนื่องจากมีการสำรวจพบ “Source Rock” หรือหินต้นกำเนิดปิโตรเลียมในยุคมีโซโซอิก

นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเป็นยุคกลางของธรณีกาล ที่เกิดจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่ถูกกระทำมาอย่างพอเหมาะ จนทำให้เกิดรอยแยกจากแรงดึงของแผ่นเปลือกโลกจึงเป็นแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมขนาดใหญ่ได้ดี ในขณะที่แหล่งปิโตรเลียมในแถบทางภาคอีสาน ซึ่งเป็นยุคพาลีโอโซอิก อายุราว 250-300 ล้านปีนั้น ถือเป็นยุคต้นของธรณีกาลที่ถูกกระทำมาอย่างมากมายจนเกินไป จึงทำให้การกักเก็บปิโตรเลียมของหินต้นกำเนิดไม่ดีพอหรือปิโตรเลียมรั่วไหลหมด จึงมีศักยภาพต่ำและเป็นแหล่งขนาดเล็ก

“ขณะที่แหล่งปิโตรเลียมในยุคซีโนโซอิก อายุราว 10-60 ล้านปีที่ได้ปิโตรเลียมจากรูพรุนของตะกอนหรือรอยแยกของหินนั้น เป็นแปลงปิโตรเลียมที่ให้ปริมาณน้อยหรือไม่มากนัก ทำให้ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ และต้องขุดเจาะเป็นจำนวนมากจึงใช้ต้นทุนสูง ซึ่งถือเป็นแหล่งสำรวจปิโตรเลียมหลักของไทยในเวลานี้ ที่ยังคงขุดเจาะได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ” นายอารักษ์ กล่าว