หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านระทึก!...

ชาวบ้านระทึก! 2 หนุ่ม นั่งดื่มเหล้าอยู่กลางป่า เมาได้ที่ จุดไฟเผา ทำลุกลามเกือบเข้าหมู่บ้าน

9.04.26 | 07:49 น.

ชาวบ้านระทึก! 2 หนุ่ม นั่งดื่มเหล้าอยู่กลางป่า เมาได้ที่ จุดไฟเผา ทำลุกลามเกือบเข้าหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณด้านข้างหมู่บ้านธาราวาน่า ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก หลังเปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นแนวยาวกินพื้นที่หน้ากระดาน ใกล้เข้ามาถึงแนวรั้วบ้านเรือนประชาชน ตั้งแต่ซอย 2 ถึงซอย 8 ชาวบ้านต่างรีบช่วยกันใช้สายยางฉีดน้ำสกัดเพลิงก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสระบุรี เข้าระงับเหตุเป็นการด่วน

ภายหลังรับแจ้งเหตุ ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี พร้อมด้วย นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี ได้ลงพื้นที่อำนวยการด้วยตนเอง ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยสว่างรวมกว่า 30 นาย เข้าสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยกระจายกำลังเข้าประจำตามซอยต่างๆ ซอยละ 2-3 คัน เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีกระแสลมแรง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ไฟป่าปะทุและลุกลามได้ง่าย สร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงเกิดจากชาย 2 คน ที่เข้าไปนั่งดื่มสุราอยู่กลางป่าใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อมีอาการมึนเมาได้ก่อเหตุจุดไฟเผาป่า จนไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว กระทั่งเกือบลามเข้าสู่หมู่บ้านดังกล่าว โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบชายต้องสงสัย 2 คน แต่ทั้งคู่ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีเข้าไปในป่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญเป็นขวดสุราตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์รี นายอำเภอเมืองสระบุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากทางเทศบาลเมืองสระบุรีว่า เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณรอยต่อหมู่บ้านธาราฟ้าใส 2 และหมู่บ้านธาราวาน่า ทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าระงับเหตุทันที พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยยอมรับว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านปิด มีรั้วกำแพง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และยืนยันว่าได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว

ด้าน ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี กล่าวว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ในช่วงบ่ายไฟกลับปะทุขึ้นมาอีก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและลมพัดแรง ทำให้เชื้อเพลิงอย่างหญ้าแห้งติดไฟได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่ให้ลุกลามเข้าบ้านเรือนประชาชน

นายกเทศมนตรียังกล่าวด้วยว่า ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟเป็นลำดับแรก ทำให้ไม่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันที เนื่องจากผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีเข้าไปในป่า แต่ขณะนี้พอทราบตัวบุคคลและที่มาแล้ว เหลือเพียงการติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเกิดจากความคึกคะนองหลังดื่มสุรา โดยอาจต้องการสร้างความสนุกสนาน แต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรียังยืนยันว่า เทศบาลเมืองสระบุรีมีความพร้อมในการรับมือเหตุอัคคีภัย มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีการตั้งหน่วยเฝ้าระวังบริเวณจุดเกิดเหตุจนถึงช่วงค่ำ เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะไม่เกิดเหตุไฟลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนอย่างแน่นอน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญถึงอันตรายจากการกระทำโดยประมาทและขาดความรับผิดชอบ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป