แม่ค้าโคราชโอด พิษน้ำมันพุ่ง ไข่ผักขึ้นราคา ลูกค้าบางตา-วอนรัฐบาลเร่งแก้
เมื่อวันนี้ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักชนิดต่างๆ ที่ ตลาดสดสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาสินค้า ค่าขนส่ง รวมทั้งราคาผักแต่ละชนิดต้องปรับราคาสูงตาม ซึ่งทำให้บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าบางตาลง

โดยนางนิดตญา ศรีสูงเนิน อายุ 58 ปี แม่ค้าขายผักรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันตอนนี้แพงมาก ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ รวมถึงราคาผักต้องปรับราคาขึ้นตาม ซึ่งร้านของตนต้องวิ่งไปรับผักมาจากตลาดสุรนารีที่อยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา เป็นตลาดค้าส่งค้าปลีกผัก-ผลไม้รายใหญ่ เพื่อนำผักมาขายที่ตลาดสีคิ้ว แต่ช่วงนี้เงินรายได้จากการขายผักในแต่ละวัน ต้องหมดไปกับค่าน้ำมันรถ เพราะรถกระบะที่ใช้บรรทุกผักมาขายจะต้องเติมน้ำมันดีเซล แต่ราคาตอนนี้แพง กำไรที่ได้มาจากการขายผักต้องหมดไปกับการเติมน้ำมัน จนแทบไม่เหลือไว้ใช้จ่าย จึงทำให้ต้องปรับราคาขายผักแต่ละชนิดขึ้นบ้างเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขาดทุน เช่น ผักชี ซื้อมาจากตลาดในตัวเมืองโคราชกิโลกรัมละ 120 บาท ต้องมาขายแพงขึ้นในราคา 130-140 บาท เพราะต้องประคองตนเองให้อยู่รอด
“ถ้าน้ำมันยังแพงอยู่อย่างนี้ และยังจะปรับราคาสูงขึ้นอีก ก็คงไม่มีเงินจะเติมน้ำมันอีกแล้ว กำไรหายไปกับน้ำมัน คงต้องหยุดขายผัก รอให้น้ำมันลดราคา สถานการณ์ดีกว่านี้ ค่อยกลับไปรับผักมาขายใหม่อีกครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจคนทำมาหากินด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้ราคาน้ำมันลดลงโดยเร็ว ลดเยอะๆ เท่าที่จะลดลงได้ เพราะประชาชนแย่กันหมด คนที่ทำให้เกิดวิกฤติแบบนี้รวยไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ประชาชนที่รวย” นางนิดตญา กล่าว

ขณะเดียวกัน ร้านจำหน่ายไข่ไก่แห่งหนึ่ง มีการปรับราคาขายไข่ไก่แต่ละเบอร์แพงขึ้นเช่นกัน โดยนางพรณภา ตั้งสุณาวรรณ อายุ 42 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งในอำเภอสีคิ้ว ที่มาซื้อไข่ไก่ไปประกอบอาหารในครัวเรือน บอกว่า ไข่ขึ้นราคาหลายบาท เมื่อก่อนไข่ไก่ฟองใหญ่ แผงละ 100 บาท แต่ตอนนี้ปรับขึ้น เป็นแผงละ 125-145 บาท ถ้าแบ่งซื้อ ตกฟองละ 6-7 บาท
“เศรษฐกิจแย่ ข้าวของทุกอย่างแพงหมด คนจนจะตายอยู่แล้ว กระทบทุกอาชีพ อยากให้เศรษฐกิจดีเหมือนก่อน ตอนนี้ที่ทำได้ก็คือต้องประหยัด ไม่รู้จะฝากอะไรถึงรัฐบาล ขอแค่ช่วยลดค่าน้ำมันลงโดยเร็ว กระต้นเศรษฐกิจให้มันดีกว่าเดิม คนไม่มีจะกิน พากันลำบากไปหมด เศรษฐกิจแย่แบบนี้ น้ำมันแพงสุดๆ แบบนี้ สงกรานต์ปีนี้คงจะเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นางพรณภา กล่าว


