หน้าแรก ภูมิภาค รวบ เสี่ย ก. ...

รวบ เสี่ย ก. กลางผับดังเมืองคอน ขยายคดียา โยงเครือข่ายวัยรุ่นร้อยล้าน ศาลสั่งไม่ให้ประกัน

12.04.26 | 17:55 น.

บุกล็อกตัว “เสี่ย ก.” กลางผับดังเมืองคอน ขยายคดียาเสพติดโยงเครือข่ายวัยรุ่นร้อยล้าน ศาลสั่งไม่ให้ประกัน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดปฏิบัติการเชิงรุก เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ล่าสุดบุกจับกุม “เสี่ย ก.” (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เจ้าของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ถนนเทิดพระเกียรติ ต.ท่าซัก อ.เมือง ได้ภายในสถานประกอบการของตนเอง พร้อมนำตัวดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้น โดยกำลังเจ้าหน้าที่จาก สภ.พรหมคีรี สนธิกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เข้าปฏิบัติการตามหมายจับเลขที่ จ.194/2569 ลงวันที่ 9 เมษายน 2569 ในข้อหาร่วมกันสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้โดยไม่เกิดการขัดขืน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรหมคีรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาสั่งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ส่งตัวเข้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้ว

Advertisement

คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการจับกุม นายจักรกฤษ หรือ “ซัน ทุ่งจีน” เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักกว่า 2 กิโลกรัม และขยายผลยึดยาบ้าเพิ่มเติมกว่า 76,000 เม็ด ก่อนจะเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีบุคคลมีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนเชิงลึก พบโครงข่ายการกระทำผิดโยงใยเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หรือที่ถูกเรียกว่า “วัยรุ่นสร้างตัว–อายุน้อยร้อยล้าน” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลไกสำคัญในการกระจายยาเสพติดในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม และสามารถติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 7–8 ราย โดย “เสี่ย ก.” ถือเป็นรายล่าสุด

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวอีก 2–3 ราย ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีกระแสข่าวว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ซึ่งมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ ตม.มีนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งได้เดินทางออกนอกประเทศหลังการเลือกตั้ง สส.69 แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้มีอิทธิพลและบุคคลในแวดวงต่าง ๆ โดยตำรวจยืนยันจะเดินหน้าขยายผลอย่างตรงไปตรงมา และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่ละเว้น