กู้ภัยเปิดภาพล่าสุด ไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมาย ยังดับไม่สนิท ซ้ำพื้นที่รอบๆเกิดไฟไหม้ คาดสะเก็ดปลิวมาจนเพลิงลุก
จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเวลา 11.15 น. วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา โดยต้นเพลิงเกิดบริเวณสายพานลำเลียงกากอ้อย ขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด จึงเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้และลามอย่างรวดเร็ว ทางโรงงานฯ ต้องเร่งนำรถบรรทุก รถตัก และรถชนิดต่างๆ ออกจากโรงงานไปไว้ในที่ปลอดภัยนั้น
อ่านข่าว
- คืบหน้าไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมาย คุมเพลิงได้แล้ว พบลุกลามพื้นที่เกษตรชาวบ้าน
- นิกร รมว.พม.-สสจ.โคราช ตรวจสุขภาพปชช. หลังไฟไหม้โรงงานน้ำตาล ล่าสุดคุมเพลิงได้ แต่ยังดับไม่สนิท
เมื่อวันที่ 13 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 12 เมษายน จังหวัดนครราชสีมาได้ขอความร่วมมือไปยังกองทัพภาคที่ 2 จัดส่งรถดับเพลิงและทหาร รวมทั้งทางเอกชน อาทิ มูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา มูลนิธิสว่างเมตตานครราชสีมา มูลนิธิสว่างวิชชาปากช่อง มูลนิธิสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ สำนักงาน ปภ.จังหวัดนครราชสีมา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา จัดส่งรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ฯ เข้าสมทบกับปกครองอำเภอพิมาย ลุยเข้าไปภายในเพื่อดับเพลิงที่คลุกกรุ่นอยู่ในกองกากอ้อย พร้อมใช้รถเกรดดันกองกากอ้อย ฉีดน้ำดับเพลิง จนถึง สามารถดับเพลิงได้กว่า 80 % แล้ว แต่มีบางส่วนไฟยังคุอยู่ เนื่องจากกองกากอ้อยมีความสูงมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ยังเข้าไม่ถึง แต่ทำให้ควันไฟสีดำที่ลอยปกคลุมไปทั่วตำบลหนองระเวียงใกล้กับที่ตั้งโรงงานลดน้อยลง
และช่วงกลางดึกวานนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ Kitsada Top” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมาที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ได้บันทึกภาพภายในโรงงานและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฯ กับทีมอาสากู้ภัยฯ ท่ามกลางกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายเต็มโรงงานโพสต์ลงในโซเชียล และขึ้นแคปชันว่า “อัพเดทสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานน้ำตาลพิมายล่าสุด 21.17 น.” ซึ่งมีชาวโซเชียลเข้าไปสอบถามสถานการณ์เป็นระยะๆ ซึ่งผู้โพสต์รายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยฯ ได้ถอนกำลังออกมาเวลาเที่ยงคืน เพราะสามารถคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังมีอีก 20% ยังมีไฟลุกติดบางพื้นที่

และล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 13 เมษายน สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ พร้อมอาสากู้ภัยฯ ยังต้องเข้าไปฉีดน้ำดับไฟภายในโรงงานต่อ เพราะยังดับไม่สนิท ไฟยังคุมีกลุ่มควันลอยออกมาจากกองกากอ้อย คาดว่า จะใช้เวลาอีกหลายวัน เพราะต้องดับไฟจนสนิทไม่ให้เหลือเชื้อไฟหรือความร้อนสะสมจนเกิดการปะทุขึ้นมาอีก
ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “Kitsada Top”
13/04/69 สถานะการณ์เช้านี้ไฟไหม้โรงน้ำตาลพิมาย
กว่าจะแยกเชื้อเพลิงออกมาดับทั้งหมดได้ ต้องใช้เวลาอีกกี่วันน้อ

ในขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกราย ชื่อ “แตงไทย มินิมาร์” โพสต์ภาพไฟไหม้อีกจุด ระบุว่า “อ้อยข้างๆๆ โรงงานไหม้หมดเลยๆ ข้ามถนนไปไหม้อีกฝั่งหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลย” ซึ่งพิกัดที่เกิดไฟไหม้จุดนี้ อยู่ใกล้กับโรงงานน้ำตาลพิมายที่เกิดไฟไหม้ใหญ่ คาดว่า สะเก็ดไฟจะปลิวตามลมข้ามฝั่งมาตกที่ป่าอ้อยและพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน ซึ่งมีรายงานว่า มีไร่อ้อยของชาวบ้านหลายราย ที่โดนสะเก็ดไฟปลิวมาใส่จนไฟไหม้เสียหายทั้งสวน เพราะสภาพอากาศร้อนมากและลมแรง

นอกจากนี้ ในจังหวัดนครราชสีมา ยังมีพื้นที่อื่นๆ อีกที่เกิดเหตุไฟไหม้ อย่างเช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Khongmanklang Wanchai” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “แม่นไผ๋มาจุดไฟเล่นอีกน้อออ” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงบ่ายวานนี้เช่นกัน เป็นไฟไหม้ป่าและพื้นที่เกษตรหลัง ตรอ.บายพาส โนนสูง ตรงข้ามโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.โนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ซึ่งไฟได้โหมไหม้อย่างรุนแรงแรงดูน่ากลัวมาก เพราะมีลมพัดแรงตลอดเวลา อีกทั้งเศษหญ้า-ใบไม้แห้งก็เป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว ต้องรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยฯ ให้ช่วยนำรถน้ำดับเพลิงมาระงับเหตุโดยเร็ว เพราะเสี่ยงลามไหม้อาคารบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างมาก

ส่วนอีกจุด คือที่ อ.โนนไทย มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “แม๊ก เอ้ย.” โพสต์ภาพไฟไหม้ป่าธูป บ้านสันเทียะ ทุ่งท่าเสว ต.โนนไทย อ.โนนไทย ด้านหลังถังบำบัดน้ำเสีย อบต.โนนไทย ซึ่งไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และลามขยายออกไปเป็นบริเวณกว้าง ใกล้บ้านเรือนของชาวบ้านที่พักอาศัยในแถบนี้ ต้องประสานรถน้ำดับเพลิงของ อบต.โนนไทย เข้าระงับเหตุดังกล่าว ซึ่งไฟไหม้ที่เกิดขึ้น คาดว่า จะเป็นการลักลอบเผาตอซังข้าวจนลามไหม้มากกว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ


