ชาวบ้านลอบเผาป่าหาของป่า เสียหายกว่า 500 ไร่ จนท.เร่งสกัดไม่ให้เข้าชุมชน สร้างฝุ่นพิษ pm 2.5
เมื่อวันที่ 16 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ป่าชุมชนโคกหินลาด ใกล้บ้านโรงบ่ม ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่ช่วงเช้าต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด และมีลมกระโชกแรง
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมรถน้ำจากเทศบาลตำบลโคกก่อ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง และองค์การบริหารส่วนตำบลดอนหวาน รวมถึงราษฎรอาสาพิทักษ์ป่าเพื่อชีวิต (รสทป.) ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ประกอบกับเปลวไฟสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้ยังไม่สามารถดับไฟได้ทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ทำได้เพียงสกัดแนวเพลิงตามแนวถนน เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ชุมชน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ มาจากการลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อหาของป่าของชาวบ้าน ขณะที่ผู้นำชุมชนได้ประกาศแจ้งเตือนผ่านหอกระจายข่าว ให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าไฟจะลุกลามเข้าสู่หมู่บ้าน
ทั้งนี้ เพลิงได้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 500 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,622 ไร่ และยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าจำนวนมาก อาทิ หมาจิ้งจอก นกยูง กระต่ายป่า งู เต่า แลน กระรอก และกระแต ที่ต้องอพยพหนีตายจากเปลวเพลิง

นาย จักรกริช ขาลศรี เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กล่าวว่า ป่าดังกล่าวเป็นป่าเต็งรัง ซึ่งในช่วงฤดูแล้งจะมีใบไม้แห้งสะสมจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยความเชื่อของชาวบ้านบางส่วนที่จุดไฟเพื่อรอฝน หรือเพื่อให้เกิดพืชอาหารสัตว์ และหาของป่าได้สะดวกนั้น เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ป่าชุมชนโคกหินลาดมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 6 ตำบล และมักเกิดเหตุไฟป่าขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเชื่อว่าส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาป่า และช่วยกันเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

