หลังจากที่มีคลิปวิดีโอ ผู้หญิงคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกายชายพิการด้วยการใช้เท้าถีบและใช้รองเท้าตบ พร้อมกับมีการใช้วาจาด่าทอ ออกมาเผยแพร่ในเพจดังเพจหนึ่งทางเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในอ.เมือง จ.สมุทรสาครนั้น
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง ในซอยกิโลเมตรที่ 2 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยเมื่อไปถึงก็ได้พบกับนางจินตนา จันทร์บำรุง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรสาคร กำลังพูดคุยอยู่กับนายสมเกียรติ จรดล อายุ 56 ปี ชายที่ตกเป็นผู้ถูกกระทำตามภาพในคลิป โดยสภาพร่างกายของนายสมเกียรตินั้น พบว่า ขาของนายสมเกียรติไม่ค่อยมีแรงจนต้องอาศัยวอร์คเกอร์ช่วยค้ำยันเวลาเดินไปไหนมาไหน นิ้วมือบางนิ้วกุดซึ่งเป็นความพิการมาตั้งแต่เกิด และที่ปากกับที่คิ้ว มีรอยแผลแตก ใบหน้าบวมช้ำเล็กน้อย
นางจินตนา จันทร์บำรุง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังจากที่รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ก็ได้รีบเข้ามาดูและรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันที ซึ่งเบื้องต้นนั้นทางด้านของนายสมเกียรติฯ เป็นผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการอย่างถูกต้อง และได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการมานานแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับทั้งสองฝ่าย ก็พบว่าเป็นลักษณะของเรื่องภายในครอบครัวที่พี่น้องมีปากเสียงกัน แต่เนื่องด้วยนายสมเกียรติฯ เป็นผู้พิการดังนั้น ทางสำนักงานพัฒนาสังคมฯ ก็จะได้ทำการดูแลเยียวยาจิตใจก่อน อีกทั้งยังจะได้พานายสมเกียรติฯ ไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและคนชราจังหวัดสมุทรสาครเป็นการชั่วคราว พร้อมกันนี้ทางด้านของนายสมเกียรติก็บอกว่า อยากจะรักษาอาการขาที่ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงด้วย เพื่อที่จะได้กลับไปทำงานในเรือประมงเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งก็จะมีการจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลรักษาและฝึกอาชีพให้ต่อไป ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีนั้น เนื่องจากนายสมเกียรติฯ บอกว่าเป็นพี่น้องกันจึงไม่คิดที่จะแจ้งความดำเนินคดีใดๆ กับผู้ที่ลงมือทำร้ายร่างกาย ดังนั้นจึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามความสมัครใจของนายสมเกียรติ

ขณะที่ทางด้านของหญิงสาวสูงวัยที่เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ จรดล ชายพิการตามที่ปรากฏในคลิปนั้นก็คือ นางสาวสมจิตร มาลาคำ อายุ 56 ปี มีศักดิ์เป็นพี่สาวของนายสมเกียรติฯ โดยได้ยอมเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ทำลงไปนั้นเพราะสุดจะทนกับพฤติกรรมของนายสมเกียรติที่ชอบทำตัวให้คนอื่นสงสาร คือ เวลาอยู่ในบ้านสามารถใช้วอร์คเกอร์ช่วยเดินได้เป็นปกติ แต่เวลาออกไปนอนบ้านจะชอบทำแบบเดินแล้วไร้เรี่ยวแรงก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงกับพื้น และชอบแกล้งให้คนในบ้านปวดหัวตลอดเวลา
โดยตนเองและนายสมเกียรติเป็นลูกบุญธรรมของแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งได้ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่เกิด พอโตขึ้นนายสมเกียรติไปทำงานรับจ้างเป็นลูกเรือประมงหาปลาในน่านน้ำอินโดนีเซียแต่ไม่เคยส่งเงินกลับมาให้แม่หรือช่วยเหลือคนในครอบครัวเลย ส่วนตนก็มีครอบครัวแล้วย้ายไปอยู่ทางภาคใต้ ต่อมานายสมเกียรติถูกนายจ้างส่งกลับจากเรือประมง เพราะอาการขาไม่ค่อยมีแรง นายสมเกียรติจึงกลับมาอาศัยอยู่กับหลานๆ และตนก็ได้ขึ้นมาอยู่ด้วย เพื่อช่วยหลานๆ ดูแลนายสมเกียรติ เนื่องจากนายสมเกียรติมีนิสัยค่อนข้างดื้อรั้นไม่ฟังใคร มีตนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ควบคุมได้
แต่ที่ผ่านมา 3 – 4 ปีนั้น นายสมเกียรตินอกจากจะไม่เคยช่วยงานในบ้านแล้ว ยังชอบแกล้งให้คนในบ้านปวดหัวตลอดเวลา เช่น พอตื่นนอนมาก็จะกินแต่ข้าว แอบซื้อกาแฟมากินแบบไม่ต้องชงวันละ 3 – 4 ซอง แอบดื่มสุรา สูบบุหรี่ ชอบลักไข่ไก่กินแบบดิบๆ บอกว่าช่วยรักษาขาให้มีแรง ไม่ชอบสวมเสื้อผ้าเวลาอยู่ในห้อง และที่ทำให้ตนหมดความอดทนจนลงมือทำร้ายร่างกายตามภาพที่ปรากฎในคลิปก็คือ นายสมเกียรติชอบลักของในร้านไปกินแล้วก็เอาเศษอาหารที่เหลือ รวมถึงถุงพลาสติก ขยะต่างๆ ไปทิ้งในโถส้วม จนทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งทำแบบนี้มานานแล้ว ตนจะว่ากล่าวกี่ครั้งก็ยังคงทำอยู่เหมือนเดิม แต่เมื่อทำแล้วกลับไม่ยอมรับความจริง พอถูกว่าถูกตีก็บอกว่าจะเป็นคนดีจะไม่ทำอีกแล้ว แล้วก็มาทำอีกจนตนและคนในบ้านสุดจะทนจริงๆ ซึ่งตนนั้นรู้สึกเครียดกับพฤติกรรมของนายสมเกียรติจนจะกลายเป็นโรคประสาทอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมานั้นตนดูแลนายสมเกียรติทุกอย่าง ทั้งหาข้าวให้กิน หาเสื้อผ้าให้ใส่ ทำความสะอาดห้องให้ทุกวันอาทิตย์ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้หากใครจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ตนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะทุกวันนี้ก็เครียดกับพฤติกรรมของนายสมเกียรติมากพอแล้ว
นางสาวสมจิตรฯ ยังบอกอีกว่า เมื่อมีหน่วยงานของรัฐเข้ามาดูแลแบบนี้ก็ดี เผื่อว่าการนำนายสมเกียรติฯ ไปอยู่ที่อื่นจะทำให้นายสมเกียรติฯดีขึ้นได้ ตนเองและหลานๆ ก็จะไม่ต้องเครียดอย่างเช่นทุกวันนี้ด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=_PWEN7sY1N4&feature=youtu.be

