มือปืนบุรีรัมย์ แค้นฝังหุ่น บุกยิงพ่อเด็กเสียชีวิตคาที่ ปมถูกคดีข่มขืนลูกสาววัย 13 เรียกค่าเสียหาย 2 ล้าน
มือปืนวัย 23 ปี ที่ก่อเหตุใช้ปืนยิงชายวัย 37 ปีจนเสียชีวิตคาบ้าน อ้างแค้น ที่โดนผู้ตายแจ้งข้อกล่าวหาหนักข่มขืนลูกสาว พร้อมเรียกค่าล่วงละเมิด 2 ล้าน ยังแค้นไม่หายปฏิเสธการทำแผนยังไม่มีใครมาเยี่ยม
เมื่อวันที่ 16 เมษายน กรณีนายวุฒิชัย หรือตึ๋ง (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิง นายเฉลิมวุฒิ หรือวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รวม 3 นัด นายเฉลิมวุฒิเสียชีวิตคาแคร่หน้าบ้านของตัวเอง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา
สาเหตุมาจากผู้ก่อเหตุคับแค้นใจ ที่ถูกผู้ตายแจ้งความเอาผิดข้อหาหนักล่วงละเมิดเด็กหญิงอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้เสียชีวิต ส่งผลให้นายตึ๋ง มือปืนต้องประกันตัวตัวเองออกมาสู้คดี ซึ่งอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่นายตึ๋งก่อเหตุ เพราะถูกผู้ตายตะโกนด่าหยาบคายขณะขับรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านหน้าบ้าน จึงใช้อาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิด นาทีเกิดเหตุ พบว่า ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยายนต์มาแล้วเดินเข้ามาพูดกับผู้ตายว่า “มึงแจ้งความใช่มั้ย” ก่อนชักปืนยิงในระยะเผาขน 3 นัดซ้อน ต่อหน้าพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต จนล้มลงเสียชีวิตคาที่
เบื้องต้น ผู้ต้องหาปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยอ้างว่าเกรงจะไม่ปลอดภัย ขณะนี้ ยังไม่มีญาติมาเยี่ยมนายตึ๋ง ที่ สภ.ลำปลายมาศ
ขณะที่บรรยากาศรับศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า แม่ของผู้เสียชีวิตจุดธูปเรียกลูก พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ลูกเอ้ย แม่มารับลูกกลับบ้านแล้วลูก กลับบ้านเฮาเด้อ” ก่อนนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน

ด้าน นายอุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำที่โหดร้ายและอุกอาจ เปรียบเสมือนไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมเชื่อว่าเป็นการ “ปิดปาก” ลูกชาย เพื่อไม่ให้ไปขึ้นศาล เนื่องจากลูกชายทำงานที่กรุงเทพฯ เพิ่งกลับมาบ้านได้เพียงวันเดียวก่อนถูกยิงเสียชีวิต
จากการสอบถามนายวิฐาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี พี่ชายนายตึ๋งคนก่อเหตุ กล่าวว่า น้องชายตนเองมีลูกมีเมียแล้ว ส่วนเรื่องคดีที่ผู้เสียชีวิต แจ้งความน้องชายในคดีข่มขืน ก่อนหน้านี้ ผู้เสียชีวิตเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ทำให้น้องชาย เกิดอาการเครียด ประกอบกับช่วงเกิดเหตุเมื่อคืน นายเฉลิมวุฒิ ขี่รถจักรยานยนต์มาต่อว่าในลักษณะกดดันว่าจะเอาให้ “ติดคุก” ทั้งนี้ตนเองอยากจะฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตแทนน้องชายของตนเอง

