ทวี ลงพื้นที่นราธิวาสให้กำลังใจ กมลศักดิ์ จี้รัฐบาลกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างอิสระตรงไปตรงมาเพื่อคลี่คลายคดี
เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) เดินทางไปให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ณ บ้านพัก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ต่อความปลอดภัยและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม ปมปริศนาและข้อสงสัยคดีลอบสังหาร
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า คดีนี้ยังมีหลายประเด็นที่ชาวบ้านเฝ้าจับตา โดยเฉพาะเรื่อง “รถที่ใช้ในการก่อเหตุ” ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีรถ 2 คัน รวมถึงรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ที่ติดตาม ส.ส.มาจากสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งทางพรรคตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวอย่างเต็มที่หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการฝึกซ้อมยิงปืนก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของคนร้ายทำให้นายกมลศักดิ์รอดมาได้
“เราเห็นภาพชัดว่ามีการบงการจ้างวานอย่างชัดเจนจากผู้มีอำนาจ และจุดเชื่อมโยงสำคัญก็อยู่ในจังหวัดนราธิวาส จึงขอให้ชุดทำงานได้ใช้ความรอบคอบและเป็นอิสระ ส่วนการตั้งคณะกรรมการอิสระนั้น เราพร้อมสนับสนุน” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

ด้านนายอับดุลเราะมัน มอลอ เน้นย้ำว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายส่วนบุคคล แต่กระทบต่อมิติความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การสืบสวนต้องยกระดับจากการพึ่งพาพยานบุคคลเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ “นิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดัดแปลงไม่ได้ พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ไม่ควรนำกระแสสังคมหรือข้อมูลมา “ด้อยค่า” เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเหยื่อ เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องการคือความจริงที่จะนำไปสู่ความยุติธรรม
ขณะที่นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อม ส.ส.พรรคประชาชาติ ที่มาร่วมละหมาดฮายัติในครั้งนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงนัยยะสำคัญของการทำละหมาดฮายัติที่ผ่านมา โดยมองว่าเป็นภาษาสื่อสารที่ซื่อตรงของประชาชนที่ต้องการสื่อถึงผู้มีอำนาจ “อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานราชการแปลความรู้สึกจากบทขอพรนั้น เพราะมันสะท้อนความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความภาคภูมิใจในสถาบันการศึกษาศาสนา และความรู้สึกถูกคุกคาม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องศาสนา แต่เป็นเรื่องทางสังคมและการเมืองที่สำคัญยิ่ง” นายรอมฎอนกล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ปัจจุบันแม้จะมีการจับกุมผู้ก่อเหตุไปแล้วบางส่วน แต่คดียังคงอยู่ในสภาวะ “ยังไม่คลี่คลาย” เนื่องจากความเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการยังคงเป็นข้อกังขา ท่ามกลางบรรยากาศการใส่ร้ายป้ายสีในโซเชียลมีเดียที่ยังคงดำเนินอยู่ พรรคการเมืองทั้งสองพรรคจึงขอให้รัฐบาลกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

