พิษฝุ่นทำเชียงรายซบเซา ยอดนนท.ลดฮวบ ท่องเที่ยววอนรบ.แก้ปัญหาระยะยาว
เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายวิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย กล่าวว่า กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางมาติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน พื้นที่ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 20 เมษายนนี้ว่า ในส่วนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้รับการเชิญให้เช้าไปร่วมในเวทีนี้ จึงไม่ได้จัดทำข้อเสนอไปถึงรัฐบาล แต่ก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงปลายทางของปัญหาแล้ว เพราะช่วงปลายเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคม จะมีพายุฝนตกลงมาช่วย จะทำให้ปัญหาหมอกควันเจือจาง หรือหมดไปแล้วได้สำหรับปีนีั ซึ่งต้องว่ากันใหม่ในปีหน้า ปีนี้คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ได้ แต่ทำใจและทำการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า สถานการ์ท่องเที่ยว จ.เชียงราย ปีนี้รวมถึงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซบเซาอย่างมาก มียอดจองห้องพักเข้ามาใช้บริการเพียงร้อยละ 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากห้องพักที่มีอยู่ประมาณ 28,000 ห้อง ซึ่งถือว่าต่ำกว่าทุกปี แต่ปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอกควันเท่านั้น เชียงรายยังมีปัจจัยในเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ที่กระทบมาตั้งปี 2568 แต่ปีนี้มีสงครามตะวันออกมาซ้ำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวถูกดองทุกประเทศ

“สังเกตุจากการท่องเที่ยงสงกรานต์แม้จะคึกคักที่ถนนสันโค้ง ถนนหนองบัวและมหาสงกรานต์ อ.เชียงแสน แต่คนท่องเที่ยวส่วนมากเป็นคนในพื้นที่ และเป็นคนทำงานที่เดินทางกลับบ้าน นักท่องเที่ยวต่างถิ่น หรือชาวต่างชาติน้อยมาก ทำให้เงินไม่ค่อยสะพัดเท่าที่ควร” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ด้วยว่าปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาซ้ำซากที่ยอมรับว่าแก้ไขได้ยาก แม้เชียงรายจะควบคุมการเผาในพื้นที่ เกิดจุดความร้อนน้อย แต่หมอกควันข้ามแดน และข้ามเขตจังหวัดก็ทำให้เชียงรายถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน ปีนี้ยิ่งหนักที่ถูกความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่มาปกคลุมเป็นเวลานาน ทำให้หมอกควันไม่ไปไหน ต้องรับสภาพและต้องอยู่กับมันให้ได้
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ในการเดินทางมารับฟังปัญหาของนายกรัฐมนตรี แม้จะไม่แก้ไขปัญหาในปีนี้ได้ทันแล้ว แต่ก็อยากให้เห็นการแก้ไขปัญหาในปีถัดไปหรือในระยะยาว โดยอยากเห็นให้มีการจัดปัญหานี้ให้เป็นวาระของจังหวัด มีการจัดทำแผนทั้งระยะสั้นและยาว ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเผชิญเหตุ 3-4เดือน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และขยายผลเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบอย่างยั่งยืน

