อดีตข้าราชการ เจอหมายเรียก หลังโพสต์ปม นายกอบจ. ตั้งนักธุรกิจจีน เป็นที่ปรึกษา เจ้าตัวลั่นทำเพื่อศักดิ์ศรีชาวปราจีน ด้าน เจสัน ก่อนหน้าขนหลักฐาน BOI โต้กลับ ยันเป็น “จีนขาว” อาสาช่วยเกษตรกรฟรี
จากกรณีเพจดังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี แต่งตั้งนักธุรกิจจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษ โดยพบว่า ชายชาวจีนรายนี้ เป็นคนเดียวกับที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เคยแต่งตั้ง แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จนต้องยกเลิกในเวลาต่อมานั้น
อ่านข่าว
- วิจารณ์สนั่น! เพจแฉ นายกอบจ.ปราจีน ตั้งหนุ่มนักธุรกิจจีน ที่ปรึกษาพิเศษ เผยผวจ.เคยตั้ง ก่อนยกเลิกกะทันหัน
- นายกอบจ.ปราจีน แจงตั้ง ‘นักธุรกิจชาวจีน’ เป็นที่ปรึกษา ชี้มีวิสัยทัศน์ ไม่สนคนมองจีนเทา
- นักธุรกิจชาวจีน ที่ปรึกษานายก อบจ.ปราจีน แจ้งความเอาผิดเพจดังกล่าวหาเป็น ‘จีนเทา’
- เจ้าของเพจดัง เปิดหน้าชน ยื่นหนังสือจี้เปิดข้อมูลแต่งตั้ง นักธุรกิจจีน นั่งที่ปรึกษานายก อบจ.
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งจากการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษของ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ “นายกอุ๊” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังมีการแต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีนดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีและออกหมายเรียกภาคพลเมืองที่ออกมาตั้งคำถาม
ล่าสุด นางบุษบงก์ ชาวกัณหา อายุ 59 ปี ข้าราชการบำนาญและอดีตอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ รัฐสภา เป็นที่ปรึกษาของสมาชิกวุฒิสภาพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดบูรณาการ ได้โพสต์ภาพหมายเรียกพยานจาก สภ.เมืองปราจีนบุรี ลงพื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า “มาแล้ว” โดยยืนยันว่าการตั้งคำถามในโซเชียลมีเดียเป็นไปเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารราชการจังหวัด และมุ่งหวังประโยชน์สูงสุดของชาวปราจีนบุรี
นางบุษบงก์ เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ตนเตรียมเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนในวันอังคารที่ 21 เมษายนนี้ พร้อมตั้งทนายความสู้คดี ยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายสาธารณะมาอย่างยาวนาน
“การโพสต์ถามบนเฟซบุ๊กใช้ชื่อ-นามสกุลจริง ไม่ได้มีเจตนาชี้หน้าด่าใครว่าเป็นจีนเทา เพียงแต่อยากให้เกิดการตรวจสอบ เพราะนายก อบจ. เป็นคนรุ่นใหม่ การบริหารงานควรเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม เมื่อมีการแต่งตั้งบุคคลสาธารณะเข้ามา สังคมก็ย่อมมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้” นางบุษบงก์ กล่าว
ขณะที่ทางด้าน Mr. Juncheng Zhu หรือ “เจสัน” อายุ 37 ปี นักธุรกิจชาวจีนผู้ถูกแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ก่อนหน้านี้ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พร้อมโชว์หลักฐานยืนยันความโปร่งใส โดยระบุว่าตนประกอบธุรกิจในไทยอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2558 ภายใต้บริษัท ฮอตเซน เทคโนโลยี จำกัด (เดิมชื่อ ปราจีน ลาเท็กซ์) ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีทุนจดทะเบียนถึง 125 ล้านบาท
นายเจสัน ระบุว่า ตนเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุนด้วย “จิตอาสา” ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้สายสัมพันธ์ทางการค้า (Connection) โดยเฉพาะกับทาง Alibaba เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลใน อ.บ้านสร้าง ที่กำลังประสบปัญหาสินค้าล้นตลาดและส่งออกไปยังกัมพูชาไม่ได้
“ผมเสียใจที่มีการนำรูปภาพคำสั่งแต่งตั้งไปวงกลมสีแดงและใช้คำว่า จีนเทา ทำให้ผมเสียชื่อเสียงและถูกเกลียดชัง ทั้งที่ผมตั้งใจมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดปราจีนบุรีที่ผมรักและอาศัยอยู่มานาน” นายเจสัน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ในวันที่ 21 เมษายนนี้ คาดว่าจะมีมวลชนและกลุ่มภาคพลเมืองเดินทางไปให้กำลังใจนางบุษบงก์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของความขัดแย้งระหว่างการตรวจสอบของภาคประชาชนและการทำหน้าที่ของที่ปรึกษาต่างชาติในท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร


