บริษัทดัง แจง ไฟไหม้เหตุไฟไหม้บ่อกำจัดขยะสระบุรี ยันควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่พบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 เมษายน นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ ผู้บริหารระดับสูงกลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กร๊ป (BWG) ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พร้อม นายปราโมท กันโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มผู้บริหารบ่อกำจัดขยะ บริษัทเบตเตอร์เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) บริษัทจัดการกากอุตสาหกรรม สระบุรี ได้ชี้แจ้ง กรณี เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลาประมาณกว่า 20.00 น. เกิดเพลิงใหม่ที่บ่อกำจัดขยะ หมู่ 8 ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีสื่อโซเชียล ลงว่าเกิดไฟไหม้ใหญ่ มีการอพยพคนสระบุรี มีก๊าซไชยาไนด์กระจายทั่วชุมชน ทั้งน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ ตามโซเชียลนั้น ไม่เป็นความจริง

นายศุภวัฒน์กล่าวชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว บ่อฝังกลบขยะดังกล่าวปูด้วยพลาสติกมาตรฐาน 9 ชั้น และปิดคลุมด้วยพลาสติกอีกคลุมทั้งบ่อ ชี้แจงว่า วิธีกำจัดของเสียอันตรายมิใช่เอาไปทิ้งลงบ่อขยะ จะต้องผ่านการทำลายปรับเสถียร คือทำลายความเป็นพิษเสียก่อน ถ้าของเสียเป็นกรดมา ก็ต้องเอาด่างไปเติมกำจัดกรดก่อน ให้เป็นกลาง หลังจากนั้นจะทำการเติมซีเมนต์ลงไปเข้าไปเคลือบของเสียพวกนี้ไว้ ของเสียพวกนี้ก็จะเป็นลักษณะเป็นดินผสมซีเมนต์แล้วถึงเอาไปฝังกลบ เวลาเกิดความร้อนการเกิดไฟจะยากเพราะมีซีเมนต์เคลือบอยู่ บ่อนี้จึงไม่เหมือนบ่อขยะชุมชนทั่วไป
ปัญหาที่เกิด คือ ตัวพลาสติกที่ปิดคลุมบ่อนี้ ปัญหาเกิดจากตัวพลาสติกที่คลุมบ่อเกิดเพลิงไหม้ เพราะมีมอเตอร์สเปรย์น้ำหอมดับกลิ่นตัวหนึ่ง อากาศร้อนไฟฟ้าลัดวงจร มอเตอร์ก็คงร้อนและเกิดไฟไหม้ ไหม้แผ่นพลาสติกที่คลุมบ่อ จริงๆ เราต้องกรีดพลาสติกมิให้ลุกลามแต่วันที่เกิดเหตุเป็นช่วงสงกรานต์ เกิดเหตุเวลากลางคืน คนเรามีไม่พอ และมีลมแรงมากก็เลยเกิดไฟไหม้ลามที่พลาสติกที่มีปัญหา ตั้งแต่ เวลา 21.00 น. จนถึง เวลาประมาณ 03.00 น. ไฟจึงยุติลง

ส่วนจะเกิดมลพิษนั้น เกิดจากตัวควันที่ไหม้พลาสติก มีบางโซเชียลว่าจะมีไซยาไนด์ที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วถ้ามี พลาสติกไฟไหม้ก็จะเกิดก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ เป็นเรื่องปกติ ไฟไหม้พลาสติก กรมควบคุมมลพิษมาตรวจสอบทันที่แล้ว มีค่าไม่เกินมาตรฐานควบคุม ก็ได้แต่เฝ้าระวัง ไม่ได้มีการสั่งอะไร ไม่ได้สั่งอพยพ ตามที่เป็นโซเชียลแต่อย่างใด เช้ามาหลายหน่วยงานมาตรวจก็ไม่พบอันตรายใดๆ
นายศุภวัฒน์กล่าวอีกว่า หลุมบ่อขยะนี้เกิดสร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548 มาจนถึงปัจจุบัน สร้างทำตามมาตรฐาน มีกำแพงล้อมรอบแข็งแรง ปูด้วยพลาสติก 9 ชั้นคลุมด้วยพลาสติก
นายปราโมท กันโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเสริมอีกว่า หลังเกิดเหตุเรามีกองทุนสิ่งแวดล้อม เข้าดูชุมชนบริเวณนี้ 15 ชุมชน กับ 3 ตำบล ที่เยี่ยมชมดูแลตามปกติ บริเวณใกล้เคียงที่เกิดไฟไหม้ครั้งนี้มี 154 ครัวเรือนที่ดูแล จะมีผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงเกรงจะมีผลกระทบเพียงรายเดียว ขอไปอยู่นอกพื้นที่ ทาง BWG ก็จัดหานำไปพักอาศัยนอกพื้นที่ ทั้งผู้ป่วยติดเตียงทั้งญาติพี่น้องทั้งหมด BEG จัดรถนำส่งออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ไม่มีปัญหาอะไร
นายศุภวัฒน์กล่าวอีกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นแผ่นพลาสติกที่คลุมนี้ ก็กำลังดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข คาดว่าใช้เวลาภายใน 4 วันจะเสร็จจะใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท หลังจากนี้เราก็จะติดตั้งกล้องวงจรปิดติดตั้งเครื่องตรวจจับความร้อน ประกายไฟ ควัน ถ้ามีเกิดขึ้นก็จะแจ้งเข้ามือถือของพนักงานทุกคนทันที่ ทุกคนก็จะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ที่เกิดปัญหารอบที่ผ่านมา ตอน 3 ทุ่ม และเป็นวันสงกรานต์ ไม่ค่อยมีคนอยู่จะได้วางแผนแก้ไขปัญหานี้ต่อไป หลุมฝังกลบที่นี่มีกำแพงล้อมรอบลงทุนสร้างกำแพงล้อมรอบกว่า 600 ล้านบาท เป็นตัวป้องกันทั้งน้ำ ทั้งไฟ ที่จะไหลออกไปสู่ชุมชน กำแพงล้อมรอบมีมาตรฐานต่างประเทศหลายประเทศมาขอดูงานเป็นแบบอย่าง



